ังลงไปยังเอวและสองเท้า ดวงตาสาดประกายเจิดจ้าถึงขีดสุด ต้านทานแรงกระหน่ำของหมอกเลือดเอาไว้อย่างยากลำบากจนกระทั่งหมอกโลหิตแตกระเบิดเป็นระลอกที่สาม พลังของหมอกโลหิตก็บรรลุถึงขั้นน่าสะพรึงกลัว สามองครักษ์เกราะทองไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไป ตง ตง ตง พวกมันกระแทกเท้าถอยหลังไปสิบห้าก้าว ก่อนที่จะยั้งร่างเอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ สตรีซิวเจ่อไม่ได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียว เห็นหน้ากากดำที่ไม่สมจริงกับดวงตาสีม่วงเปล่งประกายวูบวาบน่าขนพองสยองเกล้าอยู่ท่ามกลางหมอกโลหิตทันใดนั้นนางยื่นมือขวาออก ทำท่าคว้าจับไปยังกลุ่มหมอกโลหิต หมอกโลหิตที่อยู่ตรงหน้าพลันควบรวม แล้วไข่มุกโลหิตขนาดเท่าเม็ดถั่วก็ปรากฏอยู่ในมือนาง จากนั้นสองมือนางก็คว้าจับกลางอากาศว่างเปล่าอย่างต่อเนื่อง หมอกโลหิตทั้งมวลถูกควบรวมเป็นไข่มุกโลหิตจนหมดสิ้นในไม่กี่อึดใจติง ติง ตง ตง ไข่มุกโลหิตร่วงเกลื่อนพื้น เปล่งเสียงสดใสกังวานเมื่อหมอกโลหิตถูกกวาดออกไป เผยให้เห็นร่างกายที่แท้จริงของจั่วม่อ เห็นทั้งร่างของจั่วม่อปกคลุมไปด้วยเกล็ดเลือดตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เกล็ดเลือดเหล่านั้นราวกับมีชีวิตค่อยๆ คืบคลานอย่างแช่มช้า มันดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งสตรีซิวเจ่อยืนนิ่ง มองร่างท่วมโลหิตของจั่วม่ออย่างเงียบงันในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาอดทอดถอนชมเชยระคนตื่นตะลึงไม่ได้“เด็กหญิงอันร้ายกาจ!” จากนั้นมันก้มหน้าลง พึมพำกับตัวเอง “รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว?หรือ