ชา ผูเยาจะเงียบสงบมากขึ้น หลายครั้งที่จั่วม่ออดคิดไม่ได้ ว่าผูเยาที่แท้ก็เหมือนเด็กน้อยผู้หนึ่ง แน่นอนว่าการเปรียบเทียบเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่อสูรฟั้าจะยอมทนจั่วม่อฉลาดพอที่จะไม่เอ่ยความคิดนี้ออกมา“สังขารของเจ้าพอใช้การได้ แต่ระยะนี้เจ้าละเลยการฝึกปรือไปมาก ศักยภาพของสังขารปิศาจนี้ยังไม่ได้ถูกขุดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์” ผูเยากล่าวเสียงหนัก “การปล่อยให้เสียของ คือความอับอาย!”จั่วม่อตะลึงมองผูเยา สุ้มเสียงเช่นนั้น ไฉนฟังคล้ายคลึงกับเสียงของมันเองยิ่งนัก?คิดไปเอง คิดไปเอง! จั่วม่อสั่นศีรษะ รีบปัดความรู้สึกนี้ทิ้งไป มันกล่าวอย่างอับจนปัญญาว่า “ก็จะให้ข้าทำอย่างไรเล่า เจ้าก็เห็นแล้ว ข้ามีเพียงแค่ร่างเดียว ไม่อาจแบ่งออกเป็นสองร่างมาช่วยกันได้”“ดังนั้นข้าจึงบอกว่านี่คือโอกาสอันดีงามอย่างไรเล่า เวลานี้เจ้าบรรลุถึงจุดสุดยอดของร่างภูผาแล้ว หากรุดหน้าไปอีกขั้น เจ้าอาจให้กำเนิดวิญญาณจันทรา และบรรลุถึงระดับปิศาจด่านเจี้ยว” ดวงตาสีเลือดของผูเยาสาดประกายแวบหนึ่ง“ระดับปิศาจด่านเจี้ยว?”“เทียบเท่าซิวเจ่อด่านหนิงม่ายของพวกเจ้า”จั่วม่อผิดหวังอย่างรุนแรง มันบรรลุด่านหนิงม่ายเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อฝึกปรือฝั่าด่านจนสร้างวิญญาณจันทราสำเร็จ นั่นมีความสำเร็จเพียงเทียบเท่าด่านหนิงม่ายเท่านั้นนี่แทบไม่มีสิ่งใดดึงดูดใจมันเลยผูเยาคล้ายทราบกระจ่างว่าจั่วม่อคิดอันใด มันยิ้มเยาะอย่างเย็นชา “อย่าได้คิดว่าไม่มีประโยชน์ สังขา