ภายในค่ายจั่วม่อมองไปยังซิวเจ่อสตรี ยกมือเกาศีรษะแกรกๆ “เจ้าต้องมีชื่อเพื่อให้พวกเราเรียกหากันได้” หลังจากเปลี่ยนร่างกายใหม่ เส้นผมของมันยังคงสั้นกุด เมื่อเกาศีรษะมันรู้สึกเส้นผมแหลมคมดุจเส้นลวดเหล็ก น่าประหลาดเสียจริง เส้นผมของผู้คนจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?ซิวเจ่อสตรีคล้ายไม่ได้ฟังมันเลยครั้งสุดท้ายที่จั่วม่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของนาง มันพบว่าในร่างกายนางมีพลังอันเย็นเยียบและแปลกประหลาดขุมหนึ่ง เหตุผลที่อาการบาดเจ็บอันน่าหวาดหวั่นในร่างนางไม่เลวร้ายลง เนื่องเพราะการคงอยู่ของพลังอันแปลกประหลาดนี้เอง พลังที่ไม่รู้จักนี้ราวกับใยแมงมุมอันแน่นเหนียว ยึดโยงทุกซอกทุกมุมในร่างกายของนางเอาไว้ด้วยกัน จั่วม่อบางครั้งถึงกับคิดว่าหากในร่างนางไม่มีพลังขุมนี้ เกรงว่าร่างกายอันบอบบางนี้คงแยกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียนานแล้วเหตุผลที่พลังสภาวะของนางขู่ขวัญผู้คนก็สมควรเป็นฝีมือของพลังที่ไม่รู้จักขุมนี้เช่นกัน จั่วม่อครุ่นคิดอยู่คนเดียว ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นาง กระทั่งนกโง่ พี่สาวใหญ่โง่งมตัวนี้ ยังไม่กล้าเข้าใกล้นางในระยะสามจั้ง ไม่ต้องเอ่ยถึงเจดีย์น้อยกับเจ้าดำน้อยสองคู่หูขี้ขลาดนั่นแล้วเห็นซิวเจ่อสตรีไร้การตอบสนองดังคาด จั่วม่อหันกลับมาสนใจกับเส้นผมประหลาดของมันแทน ไม่ใช่ว่ายิ่งนานไปมันจะยิ่งเปลี่ยนเป็นสัตว์อสูรไปเล่า? มันลอบคร่ำครวญอย่างหวนโหยสามองครักษ์เกราะทองพร้อมกระบี่ยักษ์ในมือ