หนิงม่าย แต่ฝีมือเชิงยุทธ์ของมันอ่อนด้อยยิ่งที่มันสามารถผ่านเข้าสู่ด่านหนิงม่ายได้สำเร็จ สมควรต้องขอบคุณช่วงเวลาแห่งการรู้แจ้งที่เกิดขึ้นในตอนที่มันศึกษาค้นคว้า ค่ายกลลวงตามันกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ บุรุษร่างยักษ์ที่จู่ๆ ก็โผล่ออกมาพร้อมกลิ่นอายโหดเหี้ยมข่มขู่มันจนขวัญหนีดีฝั่อแทบตายแล้ว“ข้า…ข้าเรียกว่าเว่ยเฉิง…ปิน…สอง…สองวันก่อน ข้าได้รับ…ม้วนหยก…มันบอกว่า”เว่ยเฉิงปินตะกุกตะกักอยู่ครึ่งค่อนวันยังไม่อาจเล่าความได้กระจ่าง เหลยเผิงไหนเลยจะอดทนปานนั้น กล่าวขัดจังหวะทันควัน “ประเสริฐ! เป็นที่นี่เอง เจ้าไม่ได้มาผิดที่”กล่าวจับก็คว้าเว่ยเฉิงปินด้วยมือข้างเดียว หิ้วติดมือดุจหิ้วไก่ตัวเล็กๆเหินร่างเข้าไปด้านในเว่ยเฉิงปินถูกขู่ขวัญจนหลับตาปี สั่นเทาไปทั้งร่าง เหลยเผิงเหลือกตาไม่ทราบเป็นผู้ใดออกความคิดให้มันเป็นคนต้อนรับคนกลุ่มนี้ เจ้าพวกนี้ขี้ขลาดราวมุสิกเพียงพบเห็นมันก็ตัวสั่นงันงกไปเสียทุกคนบ้านหลังนี้เป็นหนึ่งในทรัพย์สินลับของเปาอี้ คนผู้นี้กลอกกลิ้งดุจกระต่ายที่มีสามโพรง เผื่อทางหนีทีไล่ไว้หลายชั้นนี่เป็นพฤติกรรมปกติของมัน“มาอีกคนแล้ว”มือของเหลยเผิงพลันแผ่พุ่งพลังปราณเล็กน้อย เว่ยเฉิงปินตาเหลือกค้างสิ้นสติไปทันที เหลยเผิงโยนคนลงพื้นอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก“อา ชุดนี้มีแปดคนแล้ว เมื่อรวมกับคนผู้นี้เรายังต้องการอีกหนึ่งคนก็จะจัดส่งพวกมันออกไปได้” เซี่ยซานกล่าวอย่างพึงพอใจ อันที่จริงภารกิจของมันเ