ยเฉิงปินก็ไม่ทราบว่าต้องทนรับการโขกสับหมิ่นหยามมามากเพียงใด ร้านค้าใหญ่โตแห่งนี้นอกจากเจ้าของร้านแล้ว มันเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่จำต้องแบกรับภาระงานทั้งหมดเพียงลำพังผู้เดียวไม่ทราบเพราะเหตุใด สายตาหมิ่นหยามกับวาจาถากถางของเจ้าของร้าน พลันผ่านแวบเข้ามาในใจมันแรงกระตุ้นคือมารร้าย…แรงกระตุ้นคือมารร้าย…เว่ยเฉิงปินพร่ำย้ำกับตัวเองไม่หยุดยั้ง แต่สองเท้ากลับพามันก้าวเดินออกไปด้านนอกโดยไม่รู้สึกตัว“เจ้า ทำอะไร? เดรัจฉานที่เลี้ยงไม่เชื่อง! ข้าจะเลี้ยงดูเศษสวะเช่นเจ้าไปทำไมกัน!เจ้า… พรุ่งนี้เจ้าไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก!” เสียงเจ้าของร้านก่นด่าไล่หลังเว่ยเฉิงปินพลันรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างบอกไม่ถูก ฝีเท้าของมันเพิ่มความเร็วขึ้นทันทีในความมืดมน ดวงตาของมันเปล่งประกายสดใสดุจอัญมณี
———————
หมายเหต : สรุปหน่วยใหม่
* หนึ่งหน่วยย่อยมีสามคน (หนึ่งในสามคนรับหน้าทีเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยด้วย)หนึ่งหมู่มีหกหน่วยย่อย เท่ากับ สิบแปดคน มีหัวหน้าหมู่หนึ่งคน รองหัวหน้าอีกหนึ่งคนรวมเป็นยี่สิบคน
* หนึ่งกองร้อยมีหกหมู่ หมู่ละยี่สิบคน รวมเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบคน มีผู้บัญชาการกองร้อยอีกหนึ่งคน รองผู้บัญชาการอีกหนึ่งคน รวมหนึ่งกองร้อยจึงเป็น หนึ่งร้อยยี่สิบสองคน
* พวกเซี่ยซานสิบห้าคนไม่ได้รวมอยู่ในกองร้อยใหม่พวกนี้