ป็นที่ฝึกฝีมือของเซียนกระบี่ที่ร้ายกาจสุดยอดผู้หนึ่ง” มู่ซีเดินนวยนาดมาหยุดยืนข้างเหยียนฟง เอ่ยปากแถลงไข “มันอาจจะฝึกปรืออยู่ที่นี่หลายสิบหลายร้อยปี พื้นดินทุกนิ้วทุกคืบซึมซาบเจตจำนงกระบี่เป็นเวลานาน ทั้งดุดันและคมกล้าถึงที่สุด ที่นี่ไม่มีสิ่งใดเติบโตขึ้นได้ ยิ่งเจ้าก้าวรุดหน้าเข้าไปมากเท่าใด เจตจำนงกระบี่ก็จะยิ่งกล้าแข็งมากเท่านั้น ท้ายที่สุด มีปลายทางเพียงสองประการที่รอเจ้าอยู่ หนึ่งคือเจ้าถูกเจตจำนงกระบี่สับละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนอีกทางหนึ่ง คือเจ้าทำลายเจตจำนงกระบี่ทั้งหมดสำเร็จ”เหยียนฟงหน้าขาวเผือด นับตั้งแต่พวกมันลอดผ่านรอยแยกแห่งความสับสนวุ่นวายเข้าสู่อาณาจักรขุนเขาน้อย พวกมันอยู่ยงคงกระพัน ราบลื่นตลอดเส้นทางไม่เคยเผชิญพบแรงต้านทานใดๆ เป็นเหตุให้มันประเมินซิวเจ่อต่ำทรามเกินไปมากหลงคิดไปว่าซิวเจ่อล้วนเป็นเช่นเดียวกันทั้งหมด ถึงตอนนี้ค่อยตระหนักด้วยความแตกตื่นตกใจ ที่แท้สุดยอดฝีมือซิวเจ่อน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้!เหยียนฟงกลายเป็นเงียบขรึมผิดปกติ ทำให้มู่ซีพึงพอใจยิ่ง นางย่อมไม่ได้กระทำเช่นนี้เพียงเพื่อเอาชนะเหยียนฟงคนเดียว เพียงแต่นางได้ค้นพบมานานแล้วว่ามีอารมณ์ประมาทศัตรูฝังลึกอย่างเงียบเชียบอยู่ในกองทัพของนาง ความทระนงตนเช่นนี้ สำหรับทัพหน้าที่ล่วงลึกเข้ามาในแดนศัตรูเช่นพวกมัน ถือเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงหน่วยทัพใต้บังคับบัญชาของนาง พากันจ้องมองพื้นดินแห้งผากกับบ้านไม้