ดรนทนไม่ได้ “เงื่อนงำหายไปหนึ่ง หรือเจ้าไม่เศร้าเสียดาย?”“ข้าไม่เป็นไร” น้ำเสียงจั่วม่อซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ยังคงยักไหล่ “อย่างน้อยก็ข้ายังไม่ตาย เมื่อรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ได้ การค้านี้ก็ไม่ได้ขาดทุน”ผูเยาถึงกับพูดไม่ออก“ร่างนี้มีพลังอะไรบ้าง?” จั่วม่อดิ้นรนออกจากอารมณ์ของตนอย่างรวดเร็ว ถามอย่างมุ่งมาดปรารถนา เท่าที่ฟังจากผูเยาไม่กี่คำ สังขารใหม่ของมันดูเหมือนจะมีพลังมากผูเยาใบหน้าเย็นเยียบ ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตวาดอย่างขุ่นเคือง “นี่ไม่ใช่ฝีมือข้า ไม่มีธุระกงการอะไรของข้า!” กล่าวจบคำ ก็หมุนตัวจากไปทันทีจั่วม่อชะงักงัน จากนั้นแหงนหน้าหัวร่อดังกระหึ่ม เล่นงานผูเยาได้หนหนึ่ง อดเบิกบานใจไม่ได้ ความหดหู่ที่ยังค้างคาอยู่ในใจถูกกวาดหายไปทันตาพกพาอารมณ์เบิกบานออกจากทะเลแห่งจิตสำนึก พลันฉุกคิดถึงจงหยูขึ้นมา มันจดจำได้ว่าจงหยูสละตัวเองปั้องกันการโจมตีสุดท้ายให้แก่มัน หากมิใช่การอุทิศตนเป็นโล่นี้ เกรงว่ามันคงไม่แคล้วได้รับบาดเจ็บสาหัสมันรีบเสาะหาศิษย์น้องกงซุน ถามไถ่อาการบาดเจ็บของจงหยู พอได้ความก็รีบรุดไปทันทีเห็นจงหยูนั่งท่าดอกบัว ใบหน้าซีดขาวเหมือนกระดาษ พลังสภาวะถดถอยลงมากเหลยเผิงกับเหนียนลู่นั่งมองอย่างกังวลที่ด้านข้าง เห็นจั่วม่อมาถึง ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นรับหน้า“อาการบาดเจ็บเป็นอย่างไร?” จั่วม่อถามทันทีเหนียนลู่ฝึนยิ้มบิดเบี้ยว “เส้นชีพจรปราณเสียหายหนัก ต้องใช้เวลาฟึนฟูสักระยะ”“สำหรับการเยี