ลังเลแวบหนึ่ง ยังคงกล่าวว่า “แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาสงสัยใจอยู่บ้าง หากคนที่เรากำลังตามหาเป็นต้าเหรินฝั่ายเราจริง ไฉนไม่ยอมติดต่อกับเรา?”“มีความเป็นไปได้มากมาย อาจเป็นได้ว่าสถานการณ์ของต้าเหรินไม่สู้ดีนัก หรือบางทีท่านอาจมิได้ต้องการพบเห็นพวกเรา” มู่ซีกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “นี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับเรา ภารกิจของเราคือตามหาต้าเหรินท่านนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงเบาะแสเงื่อนงำก็ตาม ส่วนที่เหลือย่อมมีคนมาจัดการต่อเอง”“ขอรับ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาปากมากเกินไป!” บุรุษกลางคนรีบกล่าวมู่ซีโบกมือตัดบท “ไม่ต้องระมัดระวังถึงเพียงนั้น ข้าเพิ่งจะรับหน้าที่ผู้บัญชาการได้ไม่นาน ยังคงต้องพึ่งพาประสบการณ์ของเจ้าอีกมาก”“เป็นเกียรติของผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว”เห็นความเคารพยำเกรงบนใบหน้าบุรุษกลางคน มู่ซีอับจนปัญญาอยู่บ้าง แล้วพลันฉุกคิดถึงบางอย่าง “พบปิศาจจันทราด่านเจี้ยวที่เล็ดลอดออกมาจากช่องมิติผู้นั้นหรือไม่?”“ไม่ ผู้อื่นระมัดระวังตัวยิ่ง ไม่ทิ้งร่องรอยอันใดไว้เลย” บุรุษกลางคนตอบ“อ้อ เช่นนั้นก็ระมัดระวังให้มาก” มู่ซีขบคิดแวบหนึ่ง จากนั้นกล่าว “หากค้นพบอันใด อย่าสร้างความขัดแย้งกับผู้อื่น สงครามคราวนี้เกรงว่ายังอีกยาวนานนัก ไม่มีทางจะสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว อสูรกับปิศาจสมควรเป็นพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู”“ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจแล้ว!”ระยะนี้จั่วม่อคร่ำเคร่งฝึกฝีมืออย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นพลังปราณ พลังจิตสำนึกหรือพล