มรดกของอสูรปิศาจยังเข้มงวดกว่าซิวเจ่อเสียอีก”“ปิศาจสืบทอดมรดกอย่างไร?” จั่วม่อสนอกสนใจยิ่ง ถามอย่างกระหายใคร่รู้“มรดกที่ดีที่สุดในอาณาจักรปิศาจแต่ละแห่ง ส่วนมากจะอยู่ในมือของปิศาจที่เหนือกว่าด่านเจียง* ขึ้นไป พวกมันเป็นเหมือนเจ้าพระยาผู้หนึ่ง ปกครองปิศาจระดับต่ำกว่าจำนวนมากภายในอาณาจักรของตน ในอาณาจักรปิศาจไม่ว่าที่ใด มรดกก็แสดงถึงความแข็งแกร่ง ต้องการเรียนรู้มรดกที่สูงขึ้น ต้องอุทิศตนเฝั้าจงรักภักดีต่อนายเหนือหัวของพวกมันอย่างต่อเนื่องเท่านั้น ต่อไปในภายหน้า หากเจ้าพบพานกองทัพปิศาจ ต้องระมัดระวังให้มาก”
(ปิศาจด่านเจียง – แม่ทัพ เป็นด่านที่ห้า เทียบเท่าหยวนอิง)
“เพราะเหตุใด? พวกมันแข็งแกร่งกว่ากองทัพอสูรอีกหรือ?” จั่วม่อแตกตื่นอยู่บ้าง ในความเห็นของมัน กองทัพอสูรที่พบพานในวันนั้น ก็แข็งแกร่งพอจะทำให้ผู้คนไม่คิดต่อต้านแล้ว“กองทัพอสูรแม้เชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด แต่หากกล่าวถึงการเชื่อฟัง ในโลกไม่มีกองทัพใดสามารถยกขึ้นเทียบกองทัพปิศาจ กฏกองทัพของทัพปิศาจเข้มงวดมากเสียจนไม่มีผู้ใดเหนือไปกว่านี้ได้ ปิศาจด่านเจียงแต่จะตนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่พร้อมสละชีวิตเพื่อมันหลายร้อยคน เหี้ยมหาญ ไม่หวั่นเกรงความตายเชื่อฟังคำสั่งจนถึงขั้นคลั่งไคล้ ตราบเท่าที่ปิศาจด่านเจียงผู้เป็นราชันไม่โง่งมจนเกินไป ไม่ว่ากองทัพใดเผชิญหน้าพวกมัน ล้วนต้องปวดเศียรเวียนเกล้า”“พวกมันไม่กลัวตาย?” จั่วม่อสงสัยใจยิ่ง