ล”ตรงจุดนี้ผูเยากลับโปั้ปดเล็กน้อย ที่จริงจั่วม่อสมควรบรรลุอภิญญาเสียนานแล้วแต่เป็นผูเยาเองที่ลอบสะกดเอาไว้ ดังนั้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ อภิญญาของจั่วม่อก็ยังไม่ได้ก่อเกิดผูเยาหน้าไม่แดงแม้แต่น้อย ขณะกล่าวสืบต่อ “สิ่งที่เรียกว่าอภิญญา เป็นคำเรียกขานของนักบวชเซน เมื่อวิชาเสริมสร้างสังขารบรรลุถึงระดับหนึ่ง ร่างกายจะได้รับการรู้แจ้ง ก่อเกิดอภิญญาด้วยตัวมันเอง อภิญญาเมื่อก่อเกิดจากร่างกายของคนผู้หนึ่ง พลังอภิญญาของแต่ละคนจึงแตกต่างกันไปตามธรรมชาติ”จั่วม่อคล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ“อ้อ พวกนักบวชเซนก็ชอบกล่าวให้มันลี้ลับเข้าไว้เช่นนี้แหละ เจ้าสามารถเข้าใจอีกทางเช่นนี้ เสริมสร้างสังขารคืออะไร? มันก็คือการหลอมสร้างร่างกายราวกับว่าร่างกายเป็นยุทธภัณฑ์เวท! เมื่อหลอมสร้างถึงระดับหนึ่ง ก็จะเกิดพลังบางอย่างขึ้นตามธรรมชาติเลือดเนื้อร่างกายของแต่ละคนล้วนผิดแผกแตกต่าง ดังนั้นพลังที่ได้ก็ย่อมจะแตกต่างกันไปมากมาย”ฟังคำอธิบายของผูเยา จั่วม่อค่อยเข้าใจมากกว่าเดิม ยุทธภัณฑ์เวทและกระบี่บินหากผ่านการกลั่นเกลาอย่างยาวนาน พวกมันย่อมทรงพลังขึ้นตามธรรมชาติ เช่นนั้นสังขารของผู้คนไยไม่ต่างกัน“ข้าจะก่อเกิดอภิญญาได้อย่างไร?” จั่วม่อตื่นเต้นอยู่บ้าง มันกระหายใคร่รู้ยิ่งว่าพลังอภิญญาของมันจะเป็นอย่างไร“อ้อ นั่นง่ายดายยิ่ง” ผูเยากล่าวอย่างคลุมเครือ “ดูดซับปราณพิภพให้มากขึ้นอีกสักหลายวัน สิ่งนี้มีประโยชน์มาก”เพื่อไม่ให้