ทันทีที่การโจมตีเริ่มขึ้น จะไม่มีการออมรั้งยั้งมือ ไม่มีมือไม้อ่อน การโจมตีอันดุดันต้องอำมหิตมาจากก้นบึ้ง หลังจากทุบตีจนยับเยินไปหลายคน ฝั่ายตรงข้ามจะหัวหดไปเองประการที่สามคือการประสานงาน ในเมื่อแก่นแท้ของการยกพวกทะเลาะวิวาทคือใช้พวกมากข่มเหงคนน้อย เช่นนั้นกลุ่มเล็กๆ จะมีหนทางเอาชนะได้อย่างไรเล่า? นั่นก็ต้องพึ่งพาการประสานงาน กลุ่มคนที่ร่วมมือประสานงานกันอย่างช่ำชองชำนาญสามารถเอาชนะกลุ่มกเฬวรากที่มีคนมากกว่าพวกมันสามเท่า ถือเป็นเรื่องปกติมากประการสุดท้ายคืออาวุธที่เหมาะมือ เรื่องนี้สามารถดูพรรคอัจฉริยะปราณเป็นตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมียุทธภัณฑ์เวทหรือกระบี่บินที่ดีที่สุด ก็ยังต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้มันด้วย คนปัญญาอ่อนกับยอดยุทธภัณฑ์เวท ก็ยังเป็นคนปัญญาอ่อนอยู่ดีหลังจากได้ข้อสรุปทั้งหมดนี้ ความคิดของจั่วม่อก็กลายเป็นปราดเปรียวเรื่องเพิ่มจำนวนคนต้องใช้เวลา นี่เป็นส่วนที่ไม่สามารถเร่งรัดได้ ส่วน ‘เหี้ยมหาญและดุดัน’ หรือจะเรียกอีกอย่างว่าขวัญกำลังใจของกองทัพ จั่วม่อรู้สึกว่ายากจะบรรลุอยู่บ้าง คนกลุ่มนี้ไม่ได้เต็มใจตั้งแต่แรก เพียงถูกบังคับให้ทำตามด้วยอาคมหวงห้ามของมันเท่านั้นเรื่องความร่วมมือประสานงานดูเข้าทีไม่น้อย แต่นี่เป็นปัญหาของกงซุนชา หากมันเข้าไปยุ่มย่าม ไม่แน่ว่าจะทำได้ดีกว่าศิษย์น้องสิ่งเดียวที่มันทำได้มีเพียงด้านอาวุธยุทโธปกรณ์เท่านั้นมันอาจมียุทธภัณฑ์เวทอยู่บ้าง แต่