น ค่อยๆ งอกเงยขึ้นในใจมัน“เวลานี้อย่าเพิ่งสร้างดาวดวงใหม่ เจ้าไม่ควรกัดคำโตกว่าที่เจ้าจะสามารถเคี้ยวได้สมควรใช้เวลามากขึ้นในการกลั่นเกลาดวงดาวทั้งสิบดวงที่มีอยู่แล้ว จนกว่าพวกมันจะสว่างไสวเหมือนดวงดาวที่เจิดจ้าที่สุดของเจ้า ดวงดาวเป็นแหล่งกำเนิดพลังแห่งจิตสำนึกของเจ้า ยิ่งพวกมันสุกใสมากเท่าใด พลังจิตสำนึกที่พวกมันสร้างออกมาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรายดาว ยิ่งดวงดาวสว่างขึ้น จะยิ่งพ่นทรายดาวที่บริสุทธิ์มากขึ้น เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวก็จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้านับอเนกอนันต์”
ในห้วงฌาน จิตใจของจั่วม่อถอยกลับออกมานอกทะเลแห่งจิตสำนึก มันนั่งท่าดอกบัวเผชิญหน้ากับหมู่ดาว เส้นใยแสงดาวบริสุทธิ์สายหนึ่งทอดยาวลงมาจากหมู่ดาวพุ่งเข้าสู่จุดอิ่นถังที่เหนือหว่างคิ้วของมันจั่วม่อกับหมู่ดาวคล้ายประสานลมหายใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ในจังหวะลมหายใจเข้าออก แสงดาวก็สว่างและริบหรี่ไปพร้อมกัน งดงามพิสดารอย่างแท้จริงร่างกายอาบไล้ด้วยแสงดาว จั่วม่อโคจรเวทวิชาชะตากรรมลับ สื่อสารทำความรู้จักกับดวงดาว นี่เป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการกลั่นเกลาดวงดาว หลังจากนั้นจั่วม่อต้องค้นหาหมู่ดาวบนท้องฟั้า ดึงดูดพลังดวงดาวจากพวกมัน จากนั้นใช้พลังดวงดาวฟูมฟักกลั่นเกลากลุ่มดาวในจิตสำนึกของตน เพื่อเสริมสร้างแหล่งกำเนิดดวงดาวคราวนี้ผูเยาชี้แนะอย่างละเอียดยิบ อดทนตอบคำถามทุกข้อ คลี่คลายปัญหาให้ทุกอย่าง ทั้งยังไม่คิดลากถ่วงสิ่