บดวงแขวนค้างอยู่กลางหาวนอกเหนือจากดาวดวงแรกที่ค่อนข้างสว่างสุกใสอยู่บ้าง อีกเก้าดวงที่เหลือล้วนสลัวมัวหม่น นึกถึงความเร็วที่ดวงดาวพ่นทรายดาวออกมา จั่วม่อรู้สึกว่าต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่ทรายดาวจะซึมซับเข้าสู่จิตสำนึกของมันทั้งหมด“นั่นคือแหล่งกำเนิดดวงดาว” ผูเยานั่งบนปั้ายหินสุสาน เงยหน้าขึ้นมองดวงดาวทั้งสิบเหนือศีรษะของมัน“อันใดคือแหล่งกำเนิดดวงดาว?” คำถามนี้ติดค้างอยู่ในใจจั่วม่อตลอดมา เห็นผูเยาวันนี้คล้ายมีอารมณ์อยากชี้แนะ มันก็ถามตามน้ำทันที
“แหล่งกำเนิดดวงดาวเป็นต้นกำเนิดของพลังจิตสำนึก” ผูเยากล่าวอย่างแช่มช้า“เจ้าสามารถคิดเสียว่าพวกมันเหมือนจิงสือ เป็นเช่นเดียวกันกับผลึกที่ก่อตัวขึ้นจากพลังปราณ พวกเจ้าเหล่าซิวเจ่อไม่ใช่ชมชอบกล่าวกันว่าพลังปราณจำนวนกี่จิงๆ หรอกหรือ?”“พลังจิตสำนึกที่มีปริมาณสิบดาว?” จั่วม่ออดถามไม่ได้“หรือเจ้าสามารถมองพวกมันเป็นน้ำพุปราณที่ก่อเกิดพลังแห่งจิตสำนึก สิบดาวหมายถึงเจ้ามีบ่อน้ำพุซึ่งสามารถสร้างพลังจิตสำนึกออกมาได้ จำนวนสิบบ่อ”“จริงสิ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าเห็นดวงดาวเหล่านั้นพ่นทรายดาวสีเงินออกมา นั่นคือสิ่งใด?” จั่วม่อยังอดถามอย่างอย่างรู้อยากเห็นไม่ได้“เจ้าว่ากระไร!” ผูเยาดวงตาสีเลือดเบิกโพลง เด้งผึงขึ้นจากท่วงท่าเอนกายอย่างเกียจคร้าน กลายเป็นเหยียดกายตรงแน่วทันทีจั่วม่อถูกดวงตาสีเลือดของผูเยาจ้องมองจนใจหายวาบ ในใจอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝั่ายจะเริ่มคลุ้