ถูกชื่อวิชาโง่เง่านี่หลอกลวงเสียสนิท” จากนั้นกระซิบเบาๆ กับตัวเองว่า “หลงคิดว่ามันเป็นวิชาสวะที่ใช้การไม่ได้ กลับกลายเป็นสินค้าชั้นสูงโดยไม่คาดคิด ขาดทุนจริงๆ…”ไฟแห่งความชั่วร้ายที่ไร้นามเรียกขานลุกพรึบขึ้นในใจจั่วม่ออย่างฉับพลัน มันบันดาลโทสะ ชี้จมูกของผูเยาอย่างเกรี้ยวกราด คำรามออกมา“เจ้าสิสวะที่ใช้การไม่ได้! ที่แท้เจ้ามอบวิชาที่เจ้าไม่เคยทดสอบให้เสี่ยวเหยียผู้นี้นำไปฝึกปรือ! ที่แท้เจ้าคิดใช้สินค้าสวะที่ใช้การไม่ได้หลอกลวงเสี่ยวเหยีย! เสี่ยวเหยียไม่ขอเลิกรากับเจ้าแน่…”“อย่าเป็นอย่างนี้น่า!” ผูเยาไม่โกรธ กลับกล่าวพลางหัวร่อฮิฮิ “จะอย่างไรเจ้าก็ไม่ได้ขาดทุนเสียหน่อย เห็นหรือไม่ เจ้าฝึกปรือได้ถึงสิบดาวแล้ว ภายในเวลาเพียงสองปี เจ้ายังมาถึงขั้นแปรเปลี่ยนแก่นแท้ นับว่ารวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง!”“เจ้า เจ้า เจ้า …” จั่วม่อได้ยินวาจาไร้เมตตาปราณีของผูเยา ถึงกับขุ่นแค้นจนนิ้วสั่นระริก“เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเจ้าจะฝึกปรืออย่างไรต่อ?” เห็นสถานการณ์ไม่เข้าที ผูเยารีบเปลี่ยนเป็นหลอกล่อ“อยาก!” จั่วม่อตอบโดยไม่ลังเล โทสะทั้งหมดปลิวหายวับไปผูเยาไม่ได้ประหลาดใจที่จั่วม่อจู่ๆ ก็เปลี่ยนใจหนึ่งร้อยแปดสิบองศา เจ้าคนผู้นี้อยู่บนความเป็นจริงมากทีเดียว“นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง” ผูเยาแย้มยิ้ม”ข้าสามารถบอกต่อเจ้า ทั้งยังสามารถให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่ข้ามีคำขอเล็กๆ น้อยๆ เรื่องหนึ่ง”“ว่ามา!” จั่วม่อก็คุ้นเคยกับพ