จั่วม่อมองใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยสิบกว่าคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิด บางคนมีสีหน้าหวาดหวั่น แต่ส่วนมากยังมีท่าทีกระด้างกระเดื่องมันกำลังขบคิดหาวิธีการควบคุมคนกลุ่มนี้ อาณาจักรขุนเขาน้อยในเวลานี้เป็นเหมือนคุกคุมขัง เป็นสนามรบอันหฤโหด ซิวเจ่อที่สามารถรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ล้วนไม่ใช่มือชั้นธรรมดาสามัญ“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าเป็นเถ้าแก่ *ของพวกเจ้า เถ้าแก่ใหญ่*!”(*ตรงนี้จั่วม่อใช้คำว่าเหล่าปั่านกับต้าเหล่าปั่าน ไม่ใช่เหล่าเหยีย ผู้แปลขอแปลว่าเถ้าแก่จะเข้ากับนิสัยใจคอของจั่วม่อมากกว่า)สุนทรพจน์ของของจั่วม่อไม่ก่อให้เกิดปฎิกิริยาใดๆ แววดูแคลนฉายชัดในดวงตาของหลายคน จั่วม่อเป็นเพียงหนิงม่ายขั้นแรกเท่านั้น เบื้องหน้าคนเหล่านี้ มันไม่มีต้นทุนพอที่จะเย่อหยิ่งถือดีจั่วม่อก็ไม่แยแสสนใจเรื่องนี้ ยังคงกล่าวสืบต่อ“ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนได้ลิ้มรสชาติของอาคมหวงห้ามแล้ว ข้าไม่อยากเสียเวลากล่าวมากความ จุดประสงค์ของข้าเรียบง่ายยิ่ง นั่นคือผ่านแม่น้ำอาณาจักรออกไปให้ได้สำหรับพวกเจ้าเหล่าภูตผีหิวโหยที่ใช้การไม่ได้ ในร่างกายพวกเจ้ากระทั่งจะรีดเค้นน้ำมันออกมาสักสองสามหยดยังแทบไม่มี ข้าไม่สนใจพวกเจ้าแม้แต่น้อย”ถ้อยคำเหล่านี้ระคายหูยิ่ง แต่พอกล่าวออกมา หลายคนกลับเริ่มลดความระแวดระวังลงเจ้าคนหน้าไร้อารมณ์ตรงหน้าพวกมันมีต้นทุนพอจะกล่าววาจาโอหังเยี่ยงนี้ เรือเมล็ดอินทผลัมเห็นได้ชัดว่าเป็นยุทธภัณฑ์เวทจิงสือที่หาได