ต้องใช้เวลานานเท่าใด?” จั่วม่อถามกงซุนชา“บอกไม่ได้” กุงซุนชาแบมือกว้าง “พวกเราล้วนเป็นเณรน้อย”จั่วม่อปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันที ศิษย์น้องกงซุนกล่าวไม่ผิด ทุกผู้คนล้วนเป็นเณรน้อยในเส้นทางสายนี้ ไม่มีผู้ใดมีประสบการณ์มาก่อนกงซุนชากล่าวเสริมว่า”ตามหลักเกณฑ์ของหมากรุกสงคราม กองทหารใหม่จำเป็นต้องฝึกฝนมากกว่าหนึ่งปี กว่าจะมีความสามารถในการสู้รบขั้นพื้นฐานที่สุด ที่สำคัญ หมากรุกสงครามที่ท่านสร้างเป็นฉบับอสูรปิศาจ ไม่ใช่ซิวเจ่อ ดังนั้นข้าต้องค่อยๆทดลองดู”“เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น” จั่วม่อสั่นศีรษะ มันไม่คิดว่ากองทัพอสูรปิศาจจะให้มันเวลาพวกมันนานเป็นปีกงซุนชาขบคิดแวบหนึ่ง “เช่นนั้นเราก็มีแต่ต้องเพิ่มความเข้มข้นของการฝึกเท่านั้นหรือยังมีอีกวิธีหนึ่งที่สมควรทำไปพร้อมกัน คือใช้ปริมาณเพื่อชดเชยการขาดแคลนคุณภาพ”“ปริมาณ…ดูเหมือนเราต้องการฐานทัพชั่วคราว” จั่วม่อกล่าวอย่างเคร่งขรึมจั่วม่อเลือกหุบเขาแห่งหนึ่งเป็นฐานทัพชั่วคราว ในกาลก่อนมีสำนักเล็กๆ ตั้งอยู่ที่นี่แต่ผู้คนล้วนจากไป ดังนั้นหุบเขาไร้ซึ่งผู้ครอบครองมาสักระยะหนึ่งแล้ว เหตุผลที่มันเลือกที่นี่ เนื่องเพราะที่นี่มีเส้นชีพจรปราณปฐพีการที่ปราณธรรมชาติในอาณาจักรขุนเขาน้อยเบาบางลง สาเหตุที่แน่ชัดย่อมต้องอยู่ที่เส้นชีพจรปราณปฐพี จั่วม่อต้องการชมดูด้วยตาตัวเอง ว่าที่แท้เกิดสิ่งใดขึ้นกับเส้นชีพจรปราณปฐพีกันแน่ระหว่างทางพวกมันพบพานกลุ่มซิวเจ่อหลาย