ณ…” ฉุนอวี๋เฉิงใบหน้าสับสนงุนงง อึดใจหนึ่งก็เบิกตาโพลงมีปฎิกิริยาตอบสนองทันควัน รีบหยิบปั้ายบงการสัตว์ร้ายออกมา “ผีเสื้อปราณ! ผีเสื้อปราณ!”กงซุนชามองฉุนอวี๋เฉิงที่แตกตื่นงุนงงอย่างอับจนปัญญา ได้แต่ปลอบโยนมันอย่างอ่อนโยน”ศิษย์พี่ ไม่ต้องตกใจ เพียงแค่เรียกผีเสื้อปราณออกมาก็พอ”“อ้อ” อาจเป็นเพราะการปลอบประโลมของกุนซุนชาได้ผล ฉุนอวี๋เฉิงสงบลงเล็กน้อยเรียกผีเสื้อปราณออกมาทันทีผีเสื้อปราณสีฟั้าพลันปรากฎตัวขึ้นตรงหน้ามัน กระพือปีกอย่างปราดเปรียวจั่วม่อประหลาดใจอยู่บ้าง ทุกครั้งที่ผีเสื้อสีฟั้ากระพือปีก มันสามารถสัมผัสได้ถึงกระแสปราณวารีอันเปียมล้นสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าใต้มหาสมุทรไร้ขอบเขตอันลึกล้ำนี้ สำหรับผีเสื้อปราณสีฟั้าธาตุน้ำแล้ว เป็นสถานที่ที่สามารถแสดงพลังออกมาได้มากที่สุดแต่จั่วม่อก็ยังคงไม่เข้าใจ ไฉนกงซุนชาต้องให้ฉุนอวี๋เฉิงเรียกผีเสื้อสีฟั้าตัวนี้ออกมา?ผีเสื้อสีฟั้าเป็นเพียงสัตว์ปราณระดับสาม ย่อมไม่ใช่คู่มือของเจ้าตัวโตที่อยู่ด้านนอก ที่สำคัญคือใต้มหาสมุทรอันลึกล้ำแม้จะมีปราณวารีล้นเหลือ แต่อันที่จริงไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับผีเสื้อ“ศิษย์พี่ ข้าจำได้ว่าผีเสื้อปราณของเจ้ามีเวทวิชาธาตุน้ำสองวิชา เป็นวิชาอันใดบ้าง?”กงซุนชาถามเร็วปรื๋อ“’แหวกวารี’ กับ ‘พลังวารี’” ฉุนอวี๋เฉิงตอบตามสัญชาตญาณจั่วม่อพลันตาลุกวาบ มันค่อยเข้าใจว่าศิษย์น้องกงซุนต้องการอะไรกงซุนชาไม่ยอมให้เสียเวลา ชี้ไป