เรือเมล็ดอินทผลัมดิ่งลึกลงไปอย่างรวดเร็ว ภายในชั่วพริบตา ก็บรรลุถึงระดับความลึกสิบลี้ใต้ผิวน้ำ มองผ่านหน้าต่างห้องท้องเรือ เห็นภายนอกเป็นสีดำทะมึนมืด รอบข้างเงียบสงัด สุ้มเสียงรบกวนจากภายนอกถูกปิดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์คนทั้งสามในที่สุดค่อยคลายใจลง กองทัพอสูรอาศัยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ทำลายความหวังทั้งมวลของพวกมันไปนกโง่สะบัดน้ำออกจากร่าง นางดูคล้ายไก่ในหม้อน้ำแกง ขนทั้งร่างลู่ลง กระทั่งนกโง่ที่เย่อหยิ่งจองหอง เมื่อเผชิญกับสายฟั้าแกร่งที่ฟาดลงมาจากฟากฟั้า ยังหวาดกลัวแทบตาย และกลายเป็นเรียบๆ ร้อยๆ ยิ่ง จั่วม่อเมื่อออกมาจากการปิดด่านฝึกตน แล้วพบว่าสถานการณ์ไม่เข้าทีนัก ก็พกพานกโง่กับเหล่าเจ้าตัวน้อยติดตัวมาด้วยฉุนอวี๋เฉิงทรุดนั่งแปะบนพื้น หอบหายใจอย่างรุนแรง เทียบกันแล้ว กงซุนชาเยือกเย็นกว่ามาก แต่ยังคงมีร่องรอยของความหวาดหวั่นซ่อนลึกอยู่ในดวงตาในหมู่พวกมันทั้งหมด มีเพียงเหล่าองครักษ์เกราะทองเท่านั้นที่สงบเยือกเย็นอย่างแท้จริง พวกมันถือกระบี่ยืนตระหง่านดุจรูปปันทองคำ เหมือนเช่นปกติจั่วม่อค่อยฟึนตัวจากอาการประสาทเสีย เห็นทุกคนอยู่รอดปลอดภัยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ อารมณ์ของมันค่อยดีขึ้นมาก เพิ่งหนีเอาชีวิตรอดมาได้ ในเรือไม่มีผู้ใดสนใจจะกล่าววาจา ทุกคนนั่งปรับลมหายใจ ผ่อนคลายจิตใจอันตึงเครียดทีละน้อยหลังจากนั้นสักครู่ จั่วม่อรู้สึกจิตใจสงบลงมาก มันลุกขึ้นยืน เริ่นต้นสำรวจเรือเมล็ดอินทผลัม