ื่อความคิดผุดขึ้นมาในหัว มันก็ไม่สามารถลบออกไปได้อีกศึกษาตรวจสอบอยู่เป็นเวลานาน มันเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าความคิดชั่วแวบที่ผ่านเข้ามานี้ มีความเป็นไปได้หรือไม่?พื้นที่ภายในลำเรือเมล็ดอินทผลัมกว้างใหญ่พอสมควร เพียงพอให้มันแกะสลักค่ายกลจำนวนมาก พื้นที่ยิ่งเล็กมากเท่าใด การสลักค่ายกลก็ยิ่งยากเย็นมากเท่านั้น ยอดฝีมือหลอมสร้างบางคนสามารถสลักค่ายกลหลายชุดลงไปในกระบี่บินขนาดเท่านิ้วมือเท่านั้นจั่วม่อยังห่างไกลจากระดับนั้นมาก ดังนั้นพื้นที่ว่างมีความสำคัญต่อมันยิ่ง เรือยิ่งลำใหญ่เท่าใด ยิ่งทำให้มันปรับปรุงได้ง่ายดายมากขึ้นเท่านั้นสรุปแล้วบนเรือเมล็ดอินทผลัมมีค่ายกลทั้งสิ้นสามชุด หนึ่งคือค่ายกลพื้นที่ต้านทานอีกหนึ่งเป็นค่ายกลโล่พลังปราณ สุดท้ายเป็นค่ายกลท่องวารีจั่วม่อเป็นกังวลยิ่งกับค่ายกลโล่พลังปราณ ค่ายกลโล่พลังปราณของเรือเมล็ดอินทผลัมเรียกว่า ‘ค่ายกลโล่แสงน้อย’ พลังปั้องกันนับว่าธรรมดาสามัญเท่านั้นค่ายกลโล่พลังปราณที่จั่วม่อรู้จัก ก็ไม่มีค่ายกลใดยอดเยี่ยม ดังนั้นมันตัดสินใจปรับปรุง ‘ค่ายกลโล่แสงน้อย’ ให้เป็น ‘ค่ายกลโล่แสงน้อยเจ็ดเรืองรอง’ จั่วม่อเพียงแค่ต้องผสาน ‘ค่ายกลแสงเรืองรอง’ เจ็ดชุดลงไปใน ‘ค่ายกลโล่แสงน้อย’ เท่านั้น เมื่อแล้วเสร็จพลังปั้องกันของโล่พลังปราณสมควรเพิ่มขึ้นอย่างน้อยห้าสิบในร้อยส่วนทักษะการผสานรวมค่ายกลย่อยนี้ เป็นสิ่งที่มันทำความเข้าใจมาจากค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันท