“คุณหนูขอรับ เกาะนี้อยู่ในตำแหน่งอันดีเลิศ เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับเฝั้าระวังปั้องกันแม่น้ำอาณาจักร…” บุรุษกลางคนกล่าวอย่างนอบน้อม“นั่นเป็นค่ายกลของซิวเจ่อหรือ?” สตรีนางนั้นไม่ตอบ กลับถามไปอีกทาง นางจ้องมองห่วงแสงที่ราวกับดวงอาทิตย์เหนือเกาะ“ใช่ขอรับ คุณหนู” บุรุษกลางคนตอบคำ แล้วทำท่าอึกอักคล้ายอยากจะกล่าวกระไรต่อ สุดท้ายก็กลืนคำพูดอื่นกลับลงไป“โอ้” สตรีนั้นกล่าวเบาๆ “ลองตรวจสอบดูก่อนว่ามีเปั้าหมายที่น่าสงสัยในหมู่พวกมันหรือไม่ หากไม่มี ก็ไล่ต้อนพวกมันออกไปเถอะ”“ขอรับ!” บุรุษกลางคนรับคำสั่งทันที“เจ้าช่างมีเมตตานัก” บุรุษที่ด้านข้างกล่าวแดกดัน มันผู้นี้ยืนกลางกองทัพประหนึ่งกระเรียนกลางฝูงไก่ คนคล้ายเปลวไฟอันร้อนแรงหอบหนึ่ง บนหน้าผากประดับชิ้นผลึกสีแดงเพลิงกวาดตามองบุรุษกระด้างกระเดื่องผู้นั้นแวบหนึ่ง สตรีนางนั้นสงบเยือกเย็นยิ่ง“เหยียนฟง หุบปากของเจ้าเสียเถอะ”(*เหยียน –ไฟ ฟง – ยอดเขา เป็นฟงคำเดียวกับฟูั่ฟง)เหยียนฟงยิ้มเยาะ “เหล่าซิวเจ่อบนเกาะเป็นเพียงพวกกเฬวราก มอบทหารให้แก่ข้าสักห้าร้อยคน ข้าจะกวาดล้างพวกมันให้ราบคาบ! หากเจ้าปล่อยให้พวกมันจากไปเช่นนี้ไยมิใช่ให้ความสะดวกดายแก่พวกมันเกินไป?”สตรีนางนั้นไม่หวั่นไหว “หน้าที่ของเราคือหาคน”เหยียนฟงทำท่าตื่นเต้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน”มู่ซี เจ้าลืมแล้วหรือว่าซิวเจ่อเป็นศัตรูของเรา! ยิ่งฆ่าพวกมันได้มากเท่าไร ศัตรูของเราก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น…”(มู