งครักษ์เกล็ดขาว ไม่ใช่ ไม่ใช่ ไม่ใช่ ต้องเปลี่ยนชื่อเสียก่อน องครักษ์เกราะทอง! ชื่อนี้ฟังดูไม่เลว ฮ่าฮ่า ผู้ใดสามารถบอกได้ว่าพวกมันที่แท้เป็นองครักษ์อสูร?”ถูคางไปพลาง เพ่งพิศไปพลาง อึดใจใหญ่ผูเยาค่อยพึมพำกับตัวเอง “โอ้ ไม่ ไม่ พวกมันดูอัปลักษณ์ยิ่ง ต้องแก้ไขเสียหน่อย”มันห่อปากพ่นเปลวไฟออกมา เปลวไฟขยายใหญ่ขึ้น ปกคลุมหนึ่งในนั้นไว้ทั้งร่างทันใดนั้นเสียงเนื้อไหม้แตกปะทุดังระรัว ครู่ใหญ่ให้หลัง เปลวไฟค่อยขยับออกไป คนที่อยู่ในเปลวไฟรูปโฉมเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง เวลานี้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าห่อหุ้มอยู่ในชุดเกราะสีทองทั้งร่าง แม้แต่ใบหน้ายังถูกปกคลุมจนมิดชิด ชุดเกราะหนาด้านหน้าเพียงเผยให้เห็นดวงตาเท่านั้น เกล็ดสีทองสุกสว่างแปรเปลี่ยนเป็นเกราะเกล็ดปลาสีทองนอกเหนือจากความโอ่อ่าสง่างาม ยังเพิ่มความลี้ลับลึกซึ้งมากกว่าเดิมผูเยาในที่สุดค่อยมีสีหน้าพึงพอใจ ไม่นานให้หลัง ทั้งสามคนก็ถูกปรับปรุงแก้ไขเสร็จสิ้นกระบี่ยักษ์สีแดงเจิดจ้าทั้งสามเล่มเปลี่ยนเป็นลำแสงสีแดง พุ่งเข้าหาคนทั้งสามคนทั้งสามยื่นมือคว้ากระบี่ยักษ์อย่างพร้อมเพรียง สามองครักษ์เกราะทองยืนนิ่งเคร่งขรึม กลิ่นอายแกร่งกร้าวสูงสง่าแผ่ซ่านออกมาช้าๆผูเยาหันไปมองกองโจรลมดำที่ยังคงแช่ร่างอยู่ในบึงน้ำดำอย่างเห็นอกเห็นใจ “พวกเจ้าที่ไม่สามารถพบหน้าผู้คน ได้แต่ต้องอยู่ที่นี่เป็นแรงงานมนุษย์เท่านั้นแล้ว”ครั้นเมื่อจั่วม่อถอยออกจากสภาวะฌาน ดวงตาเปล่ง