อก็ไม่ใช่คนใจดีมีเมตตา ยิ่งไปกว่านั้น กล่าวถึงความเมตตากับโจรร้ายที่ฆ่าคนไม่กะพริบตาเหล่านี้ นั่นเท่ากับรำคาญในการมีชีวิตสืบต่อ มิสู้ปลดทรัพย์ในร่างพวกมันให้เกลี้ยงเกลา จากนั้นเชือดทิ้งเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว“ก่อสร้างบ่อน้ำยมโลกจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์” ผูเยาแย้มพราย“เจ้าไม่กลัวพวกมันแว้งกัด?” จั่วม่อชี้ไปยังประเด็นสำคัญ“ข้าคืออสูรฟั้า!” ผูเยาเหลือกตา ความหมายโดยนัยก็คือ กับอสูรฟั้าผู้สูงสง่าเยี่ยงมัน นี่เป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นจั่วม่อหัวร่อเยาะ กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า “อ้อ แล้วเมื่อครู่อสูรฟั้าตนใดบอกให้ข้ารีบหนี?”ผูเยาอ้าปากค้าง ใบหน้าหนาเท่ากำแพงเมืองถึงกับมีสีแดงเล็กน้อยจั่วม่อก็ไม่กล้ารุกรานมันมากเกินไป เปลี่ยนเป็นชี้ไปยังกองโจรลมดำภายในค่ายกลถามว่า “แรงงานมนุษย์คงไม่จำเป็นต้องใช้ยุทธภัณฑ์เวทกระมัง?”ผูเยาโบกไม้โบกมืออย่างใจกว้าง “ไม่จำเป็น”จั่วม่อมองไปยังกองโจรด้วยความเห็นอกเห็นใจ ตกอยู่ในมือเจ้าเหรินเยาวิปลาสผู้นี้เกรงว่าคงประสบชะตากรรมมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตาย! สามารถจินตนาการได้ ว่าชีวิตหลังจากนี้ของพวกมันจะมืดมนถึงเพียงไหนอย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจไม่ได้ทำให้จั่วม่อมีเมตตาหรือมือไม้อ่อนแต่อย่างใดจั่วม่อและเจดีย์น้อย หนึ่งเปิดเผยหนึ่งซ่อนเร้น อาศัยพลังอันร้ายกาจของค่ายกลทุบตีกองโจรลมดำทั้งหมดจนสิ้นสติ จั่วม่อไม่ได้หลงเหลือแม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้นไว้ให้พวกมัน กวาดขึ้