ม มันไม่ได้มีเวลาพอที่จะครุ่นคิดเรื่องนี้ หากของสิ่งนี้เกิดระเบิดขึ้นมา เกรงว่าเกาะแมกไม้รกร้างกว่าครึ่งจะราบเป็นหน้ากลองลูกแสงกลุ่มนี้คล้ายคลึงกับดวงอาทิตย์ขนาดเล็กมากจริงๆ จั่วม่อรู้สึกได้ชัดเจนถึงพลังปราณอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่อยู่ภายในนั้นหัวใจน้อยๆ ของมันเต้นกระหน่ำเป็นตีกลองอย่างช่วยไม่ได้ ไม่ใส่ใจเรื่องอื่น รีบถาม“ผู สมควรทำอย่างไรกับเจ้าสิ่งนี้?”“หนี!” คำตอบของผูเยาไม่มีถ้อยคำไร้สาระ มันทอดถอนอย่างอับจนปัญญา “ข้าในตอนนี้อ่อนแอเกินไป กระทั่งสิ่งของเล็กน้อยนี้ยังไม่สามารถจัดการได้” สุ้มเสียงมันฟังดูสะทกสะท้อนไม่น้อยกระทั่งผูเยายังไม่อาจรับมือ…จั่วม่อหัวใจเย็นเฉียบ ปากก็ถากถางตามธรรมเนียม “เจ้าไม่ใช่อสูรฟั้าหรอกหรือ?”ผูเยายิ้มเย้ย “ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีหนทาง เพียงแต่สิ่งที่เจ้าสามารถใช้งานได้นั้น ไม่มีเลย”จั่วม่อตะลึงงัน หรือจะต้องรีบหนีจริงๆ?แต่ในห้วงสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ยังจะหนีไปที่ใด? แม้ว่ามันเชือดจางห่าวทิ้งไปคนหนึ่ง แต่อีกฝั่ายยังหลงเหลือหนิงม่ายอีกสี่คน มันย่อมไม่มีทางหนีรอดไม่ จะต้องมีหนทาง … จะต้องมีหนทาง!จั่วม่อพร่ำบอกกับตนเองดวงอาทิตย์น้อยที่อยู่ตรงหน้าสั่นไหวเบาๆ แม้แต่ระลอกที่แผ่ออกมาก็น่าสะพรึงกลัวจับใจ ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าใด จั่วม่อยิ่งใจสั่นหวั่นไหวเท่านั้นด้านในเป็นพลังปราณอันดุเดือดที่อาจระเบิดได้ทุกเมื่อ!สิ้นเปลืองพลังปราณกระไรเช่นนี้! จั่วม่อขอเหยียดหยามพฤติ