ูยังคงหลงเหลืออีกหกสิบกว่าคนเฝั้ารออยู่ด้านข้างซิวเจ่อมากกว่าหกสิบคน อีกทั้งห้าคนในนั้นยังอยู่ในด่านหนิงม่าย แรงกดดันที่มันได้รับ ยากหาใดเปรียบเทียบได้มีเพียงมหาค่ายกลเจตจำนงกระบี่เท่านั้นที่สามารถยกขึ้นเทียบกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ได้ ค่ายกลขบวนใหญ่นั้นเป็นห้าจินตันร่วมมือกันสร้าง เป็นธรรมดาที่โดดเด่นน่าเกรงขาม แต่จะอย่างไร ต่อให้มันอยู่ภายในค่ายกลเจตจำนงกระบี่ ก็ไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลเกี่ยวกับชีวิตของมันว่ากันในด้านของพลังสภาวะ กลุ่มโจรเบื้องหน้าไม่ได้น่าเกรงขามเท่าค่ายกลเจตจำนงกระบี่ แค่คนเหล่านี้ยามลงมือฆ่ามันย่อมไม่กะพริบตา พวกมันต้องการชีวิตน้อยๆ ของจั่วม่อจริงๆ!“ข้าจะทำอย่างไรดี?” จั่วม่อถามผูเยา“ฆ่า!” คำตอบของผูเยาเรียบง่ายรวบรัด นัยน์ตาสีเลือดสาดประกายวาววามในชั่วขณะนี้เองจั่วม่อค่อยรู้สึกว่าเจ้าผู้นี้คล้ายมีท่วงท่าสภาวะดุจดั่งอสูรฟั้าผู้หนึ่งจริงๆ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประโยคนั้นเต็มไปด้วยความฮึกหาญทะยานฟั้า แต่ไม่ได้มีประโยชน์เลยสักนิด“ฆ่าอย่างไรเล่า?” จั่วม่อก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างงี่เง่า ที่จะถามผูเยาด้วยประโยคโง่งมเช่นนี้ แต่ยังอดถามไม่ได้จริงๆมันใช่ตึงเครียดจนประสาทเสียหรือไม่?จริงดังคาด ผูเยามองมันราวกับมองคนปัญญาอ่อน “ย่อมต้องฆ่าทีละคน”ที่จริงมันอยากถามต่อ “ทำอย่างไรจะฆ่าพวกมันทีละคนได้เล่า?” แต่ต้องยั้งใจเอาไว้ มันไม่ชมชอบสายตาที่ผูเยามองมันจริงๆผูเยาทำท่าคล้ายขบคิดแวบห