นดีรับจากสือจากพวกมันเรื่องราวก็ง่ายดายขึ้น สิ่งที่มันวิตกมากที่สุด คือเกรงว่าจั่วม่อจะผูกใจเจ็บจากเหตุการณ์เมล็ดบัวดำนิลกาฬ ดังนั้นมันไม่เปิดโอกาสให้จั่วม่อได้กล่าววาจา รีบชิงลงมือทำเป็นใจกว้างเสียก่อนมองจากยามนี้ มันนับว่ากระทำได้ถูกต้อง“รบกวนแล้ว!”“อ้อ ใช่แล้ว บนเกาะนี้ข้าวางค่ายกลไว้มากมาย ทุกท่านกรุณาอย่าเดินไปรอบๆ”จั่วม่อเตือนพวกมันชายชุดแดงในใจอดคิดไม่ได้ อย่างที่คาดไว้จริงๆ ปากก็ตอบว่า “ขอบคุณพี่จั่วที่บอกกล่าว”จั่วม่อไม่สิ้นเปลืองวาจาอีก หมุนตัวจากไปง่ายๆเมื่อจั่วม่อหายลับไป พวกมันทั้งสามค่อยคลายใจลงบุรุษกำยำใบหน้าถมึงทึงแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ดูมันวางท่าใหญ่โตอันใด บิดาอยากทุบตีมันให้เป็นเศษเนื้อเสียจริง”“ที่นี่ปลอดภัยหรือไม่” ชายจมูกอินทรีมองไปยังพี่ใหญ่ของมัน“เราจะพักที่นี่แค่วันเดียว แล้วรีบข้ามแม่น้ำอาณาจักรไปยังอาณาจักรขุนเขาน้อย”คนชุดแดงกล่าวอย่างเฉียบขาด“บิดา…” ชายร่างกำยำยังคงไม่ยอมเลิกราบุรุษชุดแดงจ้องมองมันเขม็ง กล่าวขัดว่า “หยุดพิรี้พิไรเสียที รับปรับพลังปราณ เรามีเวลาไม่มากนัก”บุรุษร่างกำยำนั่งลงอย่างเชื่อฟัง รีบเข้าฌานทันทีถือเงินสามร้อยชิ้นจิงสือระดับสาม จั่วม่อเบิกบานใจยิ่ง การค้าที่ไม่มีต้นทุนและได้ผลกำไรเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นนี้ ช่างยอดเยี่ยมนัก มันยังดูออกว่าทั้งสามคนท่าทางรีบร้อนกังวลอยู่บ้าง คล้ายอยากรีบจากไปให้เร็วที่สุดคราวที่แล้ว มันได้รับม้วนหยกค่ายก