บการหล่อเลี้ยง ‘เมล็ดพันธุ์’จั่วม่อได้แต่ฝืนยิ้มขมขื่นสิบวันให้หลัง อยู่รอดปลอดภัยมาได้นับว่าโชคดีไม่น้อยจั่วม่อมุ่งเน้นอยู่กับการปฏิบัติตามเคล็ดวิชามหาหัตถ์พันใบ ใช้ถ้อยคำอาคมคอยกระตุ้นการงอกของ ‘เมล็ดพันธุ์’ หลังจากสิบวันของการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ยามนี้ ‘เมล็ดพันธุ์’ มีขนาดเท่าไข่นกพิราบ ส่องแสงแวววาว เปลือกบางดุจกระเบื้องเคลือบชั้นเลิศ มองเห็นต้นกล้าที่งอกเงยอยู่ภายในได้อย่างชัดเจนทันใดนั้น จั่วม่อตระหนักถึงการสั่นไหวของจิตสำนึกภายใต้เปลือกไข่ เปลือกชั้นนอกของ ‘เมล็ดพันธุ์’ ปริแตกออก เปลือกชั้นนอกนี้ประกอบขึ้นจากจิตสำนึก เป็นธรรมดาที่แม้จะปริแตกออกก็ย่อมไม่ก่อให้เกิดเสียงอันใด แต่สำหรับจั่วม่อ เสียงนี้ดังดุจสายฟั้าคะนองก้องมันสะท้านขึ้นทั้งร่างดั่งถูกสายฟั้าฟาดใส่ หัวใจเต้นกระหน่ำเป็นกลองหน่ออ่อนอันละมุนละไมพลันผุดออกมาจากรอยแตกของเปลือก เป็นต้นอ่อนที่มีใบไม้เพียงหนึ่งใบเท่านั้นใบของต้นอ่อนมีขนาดเล็กมาก ประกอบด้วยนิ้วทั้งห้า รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับมือของมนุษย์ภาพสรรพสิ่งรอบข้างดุจสายน้ำถาโถมเข้ามาพร้อมกัน กระจ่างชัดยิ่ง ความรู้สึกที่ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของมันอีกครั้ง ทำให้จั่วม่อรู้สึกมั่นคงปลอดภัยขึ้นมาทันทีจิตสำนึก!โดยไม่รู้สึกตัวมาก่อน จั่วม่อค้นพบด้วยความตื่นตะลึง การพึ่งพาพลังจิตสำนึกของมันได้ก้าวไปถึงระดับที่น่าตระหนกถึงเพียงนี้ จิตสำนึกดูเหมือนอ่อนแอกว่ากาลก่อน