ไฟหินงอกจู่ๆ ก็ลุกโชนขึ้น ราวกับสาดน้ำมันลงไปในกองไฟ เปลวไฟพุ่งสูงจรดเพดาน พลังสภาวะก็ทะยานขึ้นจั่วม่ออดตื่นเต้นตึงเครียดไม่ได้ ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดมาถึงแล้วไฟหินงอกขนาดมหึมาพ่นเปลวไฟแปลบปลาบไม่ขาดสาย ประดุจสัตว์ประหลาดพิโรธ บรรยากาศหนาวเหน็บกราดเกรี้ยวแพร่กระจายไปทั่ว แม้แต่เส้นชีพจรปราณของจั่วม่อยังได้รับผลกระทบ รู้สึกคล้ายถูกเข็มมากมายทิ่มแทงพร้อมกันซู่รีบรั้งพลังปราณของนางกลับคืน ในเวลาเช่นนี้ พลังปราณของนางมิเพียงไม่มีส่วนช่วยเหลือจั่วม่อ ยังจะเป็นเหตุให้มันเสียสมาธินางเปิดตา จ้องมองจั่วม่อที่นั่งอยู่ตรงหน้านาง ร่างกายมันสั่นสะท้าน บนหน้าผากปรากฏชั้นน้ำแข็งบางๆ ชั้นหนึ่ง ลมหายใจพวยพุ่งละไอสีขาวออกมาไฟเย็นอันร้ายกาจ!ซู่ในใจตื่นตะลึง เฝั้ามองจั่วม่ออย่างเคร่งเครียด หากขั้นตอนผสานรวมล้มเหลว ก็ไม่ต้องกล่าวถึงการหลอมสร้างชิ้นส่วนกระบี่ของนางแล้วจั่วม่อหัวใจปลอดโปร่ง มันกระทำเท่าที่ทำได้ไปหมดแล้ว ที่เหลือก็สมควรขึ้นอยู่กับโชคชะตาฟั้าลิขิตเมื่อเวลาผ่านไป ไฟหินงอกอันคลุ้มคลั่งค่อยๆ เงียบสงบ เปลวไฟหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดค่อยมีเสถียรภาพไฟหินงอกใหม่ถือกำเนิดขึ้น!ไฟหินงอกในยามนี้แตกต่างจากกาลก่อนอย่างสิ้นเชิง ประการแรก ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมราวหนึ่งในสาม แต่การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือโครงสร้างของมัน แต่ก่อนไฟหินงอกเป็นสีขาวนวลดุจน้ำนม แต่เวลานี้ไฟหินงอกแบ่งเป็นสามระดับชั้นอย่างน