พสุดแกร่งกร้าว เจ้าต้องระมัดระวังให้มาก” ซู่ไม่สิ้นเปลืองวาจามากความ กล่าวเตือนเพียงเท่านี้ ก็ทาบฝั่ามือกับแผ่นหลังจั่วม่อจั่วม่อโยนเม็ดยาเพลิงเหลือคณาหนึ่งเม็ดเข้าไปในปากทันทีที่เม็ดยาผ่านลงไปในปาก ก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสความร้อนสุดแกร่งกร้าวขุมหนึ่ง กระแสความร้อนสายนี้เดือดพล่านดุจหินหลอมเหลว จั่วม่อรู้สึกราวกับร่างกายถูกแผดเผาแทบลุกไหม้เป็นไปตามคาด พยศดุร้ายถึงขีดสุดจริงๆ!จั่วม่อไม่กล้าละเลย รีบโคจรพลังปราณเข้าล้อมกรอบกระแสความร้อนสีแดงฉานในทันที! หากมันปล่อยให้กระแสความร้อนสายนี้แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย เส้นชีพจรปราณทั้งหลายคงไม่ต้องเอาไว้อีกแล้วจั่วม่อผิวหนังชั้นนอกกลับกลายป็นสีแดงสด เช่นเดียวกับเหล็กหลอมเหลวร้อนฉ่าซู่ก็ไม่กล้าละเลย ค่อยๆ โคจรพลังปราณผ่านเข้าไปในร่างจั่วม่ออย่างระมัดระวังจั่วม่อสัมผัสถึงพลังปราณที่เข้าสู่แผ่นหลัง มันไม่ได้ตื่นตระหนก แต่สังเกตอย่างรอบคอบ จิตสำนึกของมันทรงพลังมาก ไม่ต้องกล่าวถึงว่าร่างกายของมันก็ประหนึ่งสวนหลังบ้านของตัวเอง กับพลังปราณของซู่สายนี้ มันสามารถมองเห็นได้ทะลุปรุโปร่งพลังปราณอันแปลกประหลาดนัก! จั่วม่ออดไม่ได้ ต้องบังเกิดความสนอกสนใจไม่น้อยพลังปราณของซู่ไม่ได้ไหลหลั่งเหมือนกระแสน้ำ แต่คล้ายเส้นใยล่องลอยนับไม่ถ้วนประดุจฝูงปลาอันปราดเปรียว พิเศษเฉพาะเป็นที่สุด มันจดจำได้ว่าเคล็ดวิชากระบี่ของซู่เป็นพลังแม่เหล็ก สภาพของพลังปราณเช่นนี้ใช่เป็นเค