มาอาจเป็นคู่ของหวีปั๋ายกับหนานเหมินหยางอย่างไรก็ตาม จั่วม่อไม่ต้องการถ่วงมือถ่วงเท้าผู้อื่น ซิวเจ่ออื่นๆ อาจหวาดเกรงความแข็งแกร่งของพวกมันจนหลีกเลี่ยงไปเอง แต่สัตว์อสูรเหล่านั้นหาได้รู้จักพวกมันไม่การประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ครั้งนี้มีความเข้าใจมากเกินไป มันจำเป็นต้องสะสางและจัดระเบียบ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบสภาพของเจดีย์ห้าสีอย่างละเอียดอีกด้วยผูเยาในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด มักหายหัวทุกครั้ง ไม่อาจพึ่งพาและไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย จั่วม่อคิดอย่างขุ่นเคืองโถงสุญตา“มันปิดด่านฝึกตน?” เผยเหยียนหรานกล่าวอย่างครุ่นคิดนอกจากซินหยานที่ยังคงเฉยเมยเย็นชา อีกสองคนต้องเผชิญกับอาการปวดเศียรเวียนเกล้าหยานเล่อนวดขมับ กล่าวว่า “มันคงต้องการเวลาและสมาธิ เพื่อใคร่ครวญประสบการณ์ที่มันได้รับจากเรื่องครั้งนี้”“ใคร่ครวญ? ใคร่ครวญอันใด?” สือฟั่งหรงพอกล่าวถึงเรื่องนี้ ก็ฉุนเฉียวขึ้นมา นางจดจำเสียงหัวร่อเยาะเย้ยจากบรรดาผู้ชมได้อย่างชัดเจน “ใคร่ครวญค่ายกลของมัน?หรือใคร่ครวญวิธีทำกำไรจิงสือ?” พอนึกถึงตอนที่จั่วม่อพอทราบว่ามันได้อันดับที่สาม ก็เอ่ยปากถามทันทีว่าเมื่อใดจะได้รับรางวัล นางไฟโทสะอัดแน่นอยู่ในอกไฉนนางมีลูกศิษย์โลภมากและไม่ชมชอบฝึกกระบี่เช่นนี้?นางอดลอบมองใบหน้าเย็นชาของศิษย์พี่รองไม่ได้ ในใจยิ่งโกรธเคืองจั่วม่อมากกว่าเดิม นางทราบดีว่าหนนี้ศิษย์พี่รองบันดาลโทสะแล้วจริงๆเดรัจฉานน้อยนี้ ถึงกับทำให้ศิ