้งคู่พลันกระพริบถี่ๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาทีละเสี้ยวทีละส่วนจั่วม่อเพียงรู้สึกว่าร่างกายเย็นเฉียบ ความรู้สึกเพลิดเพลินจากการลอยตัวอยู่ในจิตสำนึกบินหายไปไม่มีสีเทา ไม่มีแสงดาว ไม่มีทะเลแห่งจิตสำนึก…มันกวาดตามอง เหนือศีรษะ จันทร์เต็มดวงแขวนค้าง เส้นใยแสงจันทร์ทอดลงมาดุจเรือนผม เต็มไปด้วยวงแหวนแสง ดูคล้ายระฆังลมพวงมหึมาความคิดแรกที่แวบเข้ามาในใจจั่วม่อคือ “ผิดท่าแล้ว!”ตื่นตอนไหนไม่ตื่น ไฉนตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาคับขันอันตรายเช่นนี้…มันยังไม่ทันจะได้รู้สึกขุ่นข้องรำคาญ พลันกระอักเลือดอย่างรุนแรง ราวกับถูกสัตว์อสูรขนาดยักษ์ควบตะบึงเต็มฝีเท้าชนเข้าอย่างถนัดถนี่ ร่างปลิวลิ่วไปข้างหลังดุจว่าวปั่านขาด เลือดฉีดพ่นออกจากปากเป็นฟูฝอย สาดกระจายพร่างพรมไปตามทางกระบวนท่าโจมตีที่แกร่งกร้าวที่สุดของค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เจ็ดสิบสองค่ายกลย่อย ‘สำเนียงพิฆาตระฆังจันทรา’ กับกระบวนท่าไม้ตายช่วยชีวิตของฉางเหิงกับพวกทั้งห้า ปะทะกันอย่างหักโหม ต่างทุ่มเทเรี่ยวแรงเต็มกำลังเข้าห้ำหั่นกันโดยไม่มีเล่ห์กล!การปะทะที่กล้าแข็งที่สุดในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่!ตูม ตูม ตูม!แสงสว่างเจิดจ้าราวกับดวงอาทิตย์เที่ยงวันฟั้าดินเปลี่ยนสี ปฐพีถล่มทลายค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ไม่อาจทนรับพลังทำลายอันน่าแตกตื่นสะท้านโลกนี้ได้ ระเบิดกระจายในบัดดล!จั่วม่อผู้น่าสงสาร ตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ทักษะฝีมือของมันลดลงสู