วงแหวนแสงนับพันสั่นกังวานอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนแว่วอยู่ในหูของทุกผู้คนกระจ่างใสไพเราะอย่างบอกไม่ถูก หวานเสนาะจับใจ แต่สีหน้าของห้าคนในค่ายกลแปรเปลี่ยนอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งฉางเหิงผู้สงบเงียบอยู่เป็นนิจ ยังม่านตาหดแคบลงตามสัญชาตญาณ มันเลื่อนมือไปยังจุดกึ่งกลางกระดูกไหปลาร้า ดึงกระบี่แมงมุมโลหิตออกมาอย่างไม่ลังเลฉางเหิงเหลือบมองคนอื่นๆ ในค่ายกล ทุกผู้คนทำท่าราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ แม้แต่คนหน้าเหลืองที่เคยสำแดงฝีมือเหนือล้ำสยบมันก่อนหน้านี้ ยังถูกกดดันจนหน้าสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง ตั้งขวานสัมฤทธิ์สองคมขวางไว้ตรงอกเพียงแค่เสียงกังวานใสเสนาะเจาะผ่านเข้าไปในหู พลังปราณในร่างของพวกมันก็สั่นสะเทือน สมาธิจิตใจสั่นไหวโอนเอนเป็นระลอก!เสียงระฆังจากวงแหวนแสงเหล่านี้ร้ายกาจทรงพลังยิ่ง ทั้งห้าคนในใจตื่นตระหนกขึ้นมาทันทีกระทั่งผู้ที่โง่เขลาที่สุดยังล่วงรู้ เวลานี้ค่ายกลขบวนใหญ่ตรงหน้าพวกมัน แตกต่างจากกาลก่อนเป็นคนละเรื่อง จันทร์เต็มดวงเรืองรองอยู่กลางนภา เปล่งรัศมีทรงกลดดุจวงล้อ เส้นใยแสงจันทร์สีเงินยวงประหนึ่งเรือนผมนุ่มสลวยไร้พลังอำนาจ ถักร้อยวงแหวนแสงนับพันรวมกันเป็นพวงระฆังลม ดุจดั่งมีดรุณีน้อยแขวนไว้ที่ชายคาหอห้องงดงามตระการตาราวกับภาพวาด แต่กับภูมิทัศน์อันไร้ที่ติเช่นนี้ ห้าคนในค่ายกลกลับไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะชื่นชม ในสายตาของพวกมัน ขบวนค่ายกลมหาประลัยนี้เต็มไปด้วยเจตนาสังหารอันล