ามารถรวมตัวกันได้ทุกขณะจิต จากนั้นเข่นฆ่าเข้ามาพร้อมกัน…แต่สิ่งที่ทำให้นางระวังปั้องกันอย่างแท้จริง ทั้งยังตึงเครียดมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องเพราะนางก็เป็นเปั้าหมายของพวกมันด้วย!เหตุใด…ไฉนนับนางเป็นศัตรูด้วย? ซู่ไม่อาจเข้าใจ แต่ก็ไม่มีเวลาให้นางคิด นางได้แต่เตรียมพร้อมรับมือเท่านั้น ทั้งยังสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง ว่าเมื่อขบวนค่ายกลใหญ่สำแดงพลังออกมาจริงๆ เกรงว่าจะไม่ง่ายดายอย่างที่ใครๆ คิด…อู่หลิงซ่านเหรินกับเว่ยเฟยมีสีหน้าหนักหน่วงเว่ยเฟยจ้องมองลงไป พลางถามอย่างเคร่งเครียด “ซ่านเหริน ท่านรู้จักค่ายกลนี้หรือไม่?”อู่หลิงซ่านเหรินสั่นศีรษะ “ไม่ แต่ค่ายกลนี้สมควรเป็นระดับสี่ เพียงแต่ที่ค่ายกลมีพลานุภาพถึงขั้นนี้ ต้องเป็นเพราะยุทธภัณฑ์เชื่อมวิญญาณที่มันเพิ่งได้รับอันนั้นแน่” มันจ้องเขม็งอย่างกังวลสนใจที่ค่ายกลด้านล่าง ดวงตาไม่คลาดคลาไปอีกมันต้องยอมรับว่าประเมินผิดพลาดไป ก่อนหน้ามันเพียงรู้สึกว่าจั่วม่อแม้มีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่ความสามารถเชิงค่ายกลยังจัดอยู่ในระดับปกติ ทว่าเมื่อมองจากเวลานี้ ค่ายกลที่เด็กผู้นี้ก่อตั้งขึ้นมา ไกลเกินกว่าขอบเขตพลังฝีมือของมันไปแล้วหากเพียงเท่านั้น อู่หลิงซ่านเหรินก็แค่แปลกใจอยู่บ้างเท่านั้น แต่เจ้าเด็กผู้นี้กลับให้กำเนิดยุทธภัณฑ์เชื่อมวิญญาณออกมากลางการต่อสู้ นี่ต่างหากที่น่าแตกตื่นสะท้านใจอย่างแท้จริง!ช่างเป็นคนที่มีโชควาสนาเสียจริง!กระทั่งมันเองยังอดอิจฉาริษยาไ