ปปันดินเหนียวบนยอดเขาสูงสุด การต่อสู้ระหว่างเหวยเสิ้งกับกู่หรงผิงยังคงดำเนินต่อไปเหวยเสิ้งในสายตามันมีแต่ทะเลเลือด พร่าเลือนไปหมด บนร่างมันเต็มไปด้วยบาดแผลกระบี่นับไม่ถ้วน เลือดไหลย้อมเสื้อผ้าจนแดงฉานไปทั้งชุด ใบหน้าเลอะเลือนราวกับกลายเป็นอสูรเลือดผู้หนึ่ง!เวลานี้ผู้ชมหลายคนแทบทนดูไม่ไหว กระทั่งเทียนซงจื่อยังอดไม่ได้ ต้องเข้ามาถามว่าสมควรหยุดการต่อสู้หรือไม่ เผยเหยียนหรานไม่ได้หยุดการต่อสู้ แต่มันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อโดยไม่รู้ตัวกู่หรงผิงก็ไม่ได้อยู่ในสภาพดีนัก บนร่างของมันมีบาดแผลกระบี่สามรอย รอยกระบี่สามรอยนั้นไม่ได้ลึกมากเท่าใด แต่ทำให้เลือดสีสดย้อมจนชุ่มโชกตรงบริเวณทรวงอกเจตจำนงกระบี่ของมันยังคงไร้ระลอก ไร้ร่องรอยให้สืบสาวเหมือนเช่นเดิม แต่ผู้ชมก็สามารถตรวจจับความอ่อนล้าของมันได้อย่างง่ายดายไม่มีผู้ใดคิดว่ากู่หรงผิงมีพลังไม่พอ ผ่านการต่อสู้อย่างหนักหน่วงเช่นนี้เป็นเวลานานความเหนื่อยล้าถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามากที่ไม่ปกติธรรมดาคือคู่ต่อสู้ของมันต่างหาก!กู่หรงผิงทราบดีว่าสถานการณ์ของมันย่ำแย่ลงทุกขณะ แต่มันไม่มีปัญญาแก้ไข หนึ่งชั่วยามที่ผ่านมา เหวยเสิ้งทั้งร่างปกคลุมไปด้วยบาดแผล แทบจะล้มลงได้ทุกเมื่อ ทว่าหนึ่งชั่วยามให้หลัง เหวยเสิ้งก็ยังคงยืนหยัด แต่ก็คล้ายพร้อมจะล้มฟาดได้ทุกเวลา ทว่ามันไม่เคยล้ม ทุกครั้งที่กู่หรงผิงรู้สึกว่าแค่เพิ่มกำลังอีกสักนิด ก็จะโค่นเหวยเสิ้งลง