เข้าสู่สภาวะฌาน มันต้องฟืนฟูพลังปราณกับพลังจิตสำนึกโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นแม้แต่ ‘เสียง’ ยังไม่ได้ยินเช่นนี้เอง ฉากแปลกประหลาดอย่างยิ่งจึงปรากฏขึ้น จั่วม่อนั่งเข้าฌานอย่างปลอดภัยอยู่ภายในค่ายกล เร่งฟืนฟูพลังปราณกับพลังจิตสำนึก ในขณะที่ฉางเหิงกับคนอื่นๆ โรมรันพันตูอย่างดุเดือดรุนแรง อยู่ภายในค่ายกลเดียวกัน ซิวเจ่อคนอื่นๆ อาจไม่แข็งแกร่งเท่าเหล่ายอดฝีมือ แต่พวกมันเมื่อกล้าเข้ามาในค่ายกล ย่อมไม่มีผู้ใดธรรมดาสามัญ คนเหล่านี้ไม่มีใครโง่เง่า พวกมันล้วนตระหนักในเจตนาของฉางเหิงกับเหล่ายอดฝีมือทันที เป็นธรรมดาที่จะไม่ยอมรามือรอรับการเชือดเฉือนแต่ฝั่ายเดียวหากคนเดียวสู้ไม่ได้ เช่นนั้นก็ร่วมมือกันสู้เถอะท่ามกลางเสียงกู่คำราม เสียงตวาดอันสับสน เสียงกระบี่บินกรีดแหลม เสียงระเบิดเสียงปะทะ เสียงกระทบกระแทกและเสียงโครมครามไม่ขาดสาย จั่วม่อจมอยู่ในห้วงฌานอย่างเงียบงัน ราวกับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเวลาสามก้านธูปผ่านล่วงไป จั่วม่อในที่สุดลืมตาขึ้น ภายใต้ความช่วยเหลือจากเมล็ดพันธุ์อสูรกับแผนผังปิศาจ ฟืนฟูพลังปราณกับพลังจิตสำนึกจนเต็มเปียมอีกครั้ง หากไม่นับผูเยา มันไม่เคยพบพานผู้ใดที่สามารถฟืนฟูพลังได้เร็วไปกว่ามันทว่าในช่วงเวลาอันกระชั้นสั้นนี้ นอกจากจั่วม่อแล้ว ในค่ายกลก็หลงเหลืออยู่เพียงห้าคนเท่านั้นซู่ กุ่ยฟง ฉางเหิง บุรุษหน้าเหลือง หลัวหลีพวกมันเป็นห้าคนที่แข็งแกร่งที่สุด!หวีปั๋ายกับหนานเหมินหยา