ับว่ากำลังพยายามเสาะหาบางสิ่ง ที่นี่คือหอคลื่นสนที่เหล่าศิษย์อารามตงฝูเคยเข้ามากันจนปรุโปร่ง ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีสิ่งของดีๆ อยู่ที่นี่ เจ้าในเมื่อไม่ได้มาเสาะหาสิ่งของเช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว เจ้ากำลังเสาะหาคน!”รอยแย้มยิ้มบนใบหน้าของคนหน้าเหลืองเลือนหายไป ควงตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจคมมีดใบหน้าของฉางเหิงยังคงไม่แยแสเช่นเคยชายหน้าเหลืองจู่ๆ ก็ปรบมือ พลางหัวร่อ “ผู้อื่นรู้จักเจ้าในเรื่องโหดเหี้ยมกระหายเลือด ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเจ้าจะขวัญกล้าใจละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้ กระทั่งข้ายังประเมินเจ้าต่ำทรามไป”“เราไม่มีความขัดแย้งกันแน่นอน” ฉางเหิงตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าสงบราบเรียบ ราวกับกล่าวถึงเรื่องบางอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวมันเลยคนหน้าเหลืองพลันทอดถอนแผ่วเบา “ไม่ได้อยู่ที่นี่” มันไม่อาจปิดบังความผิดหวังได้“เป็นที่น่าเสียดาย” ฉางเหิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบ แต่มันไม่ได้อธิบายว่าไฉนจึงน่าเสียดายในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูนั่งบนศิลาสุสาน ทอดสายตามองไปยังที่ห่างไกลมุมปากประดับด้วยรอยยิ้มสนุกสนานที่ยากจะบ่งบอกบรรยายชนิดหนึ่ง ดูเหมือนเหยียดหยันส่วนหนึ่ง โหยหาส่วนหนึ่ง เดียวดายส่วนหนึ่ง เย็นชาอีกส่วนหนึ่ง…แตกต่างจากผูเยาที่มั่นคงพอๆ กับภูเขาไท่ซาน จั่วม่อในยามนี้ประหนึ่งลูกธนูพาดสายขึงตึง เพียงแตะต้องก็จะหลุดออกจากแล่งทันที!จันทร์เสี้ยวดวงนั้นอาจไม่ใช่ประตูตาย แต่หากถูกโจมตี จั่วม