เทียนอีกครั้ง” ผูเยาจู่ๆ ก็โผล่ออกมาจั่วม่อไม่มีเวลาสนใจมัน “ตราบที่เจ้ายังคงนิ่งเงียบไว้ ไม่มีผู้ใดหาเจ้าพบมิใช่หรือ”“เจ้า…ดูเหมือนจะมีปัญหาสินะ” ผูเยาถามอย่างสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง ในสายตามัน จั่วม่อกลัวตายมาก มักวางเรื่องความปลอดภัยของตนเองไว้ในตำแหน่งสำคัญที่สุดมันไม่เคยเห็นจั่วม่อตอบสนองอย่างเฉื่อยชาเช่นนี้มาก่อน เวลาที่สนทนากันในประเด็นด้านความปลอดภัยของชีวิต“ตัวบัดซบพวกนี้ฉวยโอกาสถมหินลงบ่อ!” จั่วม่อกัดฟันกรอด สองมือของมันไม่ได้เชื่องช้าลงเลย“เจ้าคิดจัดการกับพวกมันทุกคน?” ผูเยาหัวร่อยินดีกับคราวเคราะห์ของจั่วม่ออย่างเห็นได้ชัดจั่วม่อคร้านเกินไป ที่จะแยแสสนใจเหรินเยาดื้อด้านที่กินอิ่มแต่ไม่มีเรื่องราวให้กระทำผู้นี้“เจ้ามีเมล็ดพันธุ์อสูร ไฉนไม่ทดลองใช้เมล็ดพันธุ์อสูรบังคับจิตสำนึก และใช้ควบคุมค่ายกลเล่า?” ผูเยาแนะนำอย่างโอบอ้อมอารีย์ใช้เมล็ดพันธุ์อสูรบังคับจิตสำนึกและควบคุมค่ายกล? จั่วม่อสั่นศีรษะตามสัญชาตญาณ “ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์ต้องมีเจ็ดสิบสองค่ายกลย่อยที่สมบูรณ์จึงจะสามารถควบคุมได้”“เจ้าก็ไม่ได้มีแค่ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เสียหน่อย!” ผูเยาแย้งอย่างไม่ค่อยพึงใจจั่วม่อตาเบิกโพลง ใช่แล้ว! ไฉนมันลืมเรื่องนี้ไปเสียได้!จั่วม่อรู้สึกวิสัยทัศน์จู่ๆ ก็เห็นชัดเจน มันหลงติดอยู่ในข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ไปเองทั้งหมดในใจมันครุ่นคิดถึงแต่เรื่องก่อตั้งค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจั