องมันกลายเป็นสีทอง จ้องเขม็งไปยังกลุ่มวงแหวนแสงเหนือท้องฟั้าคล้ายรู้สึกได้ถึงอันตรายจากหนานเหมินหยาง วงแหวนแสงที่เดิมว่ายเวียนอย่างอิสระเสรี พลันเริ่มมารวมตัวกันรอบๆ ตำแหน่งของหนานเหมินหยางพลังสภาวะที่หนานเหมินหยางปลดปล่อยออกมาเข้มแข็งแกร่งกร้าวเกินไป ไม่ต่างอันใดกับดวงอาทิตย์กลางราตรีหวีปั๋ายพอพบเห็นแสงสว่างนั้น ใบหน้ายิ่งเขียวคล้ำกว่าเดิม ดวงตาคู่นั้นสาดประกายด้วยแสงเย็นเยียบ มันบิดกายอย่างไม่ลังเล เปลี่ยนทิศทาง บินตรงไปยังทิศทางของหนานเหมินหยาง!สัมผัสถึงความคิดต่อสู้กับพลังสภาวะอันแกร่งกร้าวจากหนานเหมินหยาง ทุกผู้คนล้วนทราบว่ากระบี่ต่อไปของมัน จะต้องสะท้านฟั้าสะเทือนดินอย่างแน่นอน!“โอ้ จะทำลายค่ายกลแล้วหรือ?” จงหมิงเอี้ยนชักเบื่อที่จะคิด มันตวัดกิ่งเหมยในมือ บางทีมันสมควรเสาะหาคู่มือสักคนจะดีกว่าสมควรหาผู้ใด? ฉางเหิงผู้นั้นดูท่าแข็งแกร่งไม่เลว…ไม่ใช่แค่จงหมิงเอี้ยนที่มีความคิดเช่นนี้ พลังสภาวะของหนานเหมินหยางคราวนี้น่าอัศจรรย์ใจอย่างแท้จริง กระทั่งบุคคลเอื่อยเฉื่อยอย่างฉางเหิงยังอดหวั่นไหวใจไม่ได้ซู่สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรงจบสิ้นแล้ว!กระบี่ถัดไปของหนานเหมินหยาง กระทั่งนางยังไม่กล้าเผชิญตรงๆ!ไม่ใช่แค่นาง แต่ซิวเจ่อทุกคนที่อยู่ภายในค่ายกล เกรงว่าไม่มีผู้ใดกล้าอยู่ต่อหน้ากระบี่นี้ของหนานเหมินหยาง!แต่หากจั่วม่อพ่ายแพ้ แล้วกระบี่บินของนางเล่า…ค่ายกลกำลังจะถูกทลาย…ในใจนางเต็มไปด้วย