หยานเล่อสีหน้าแปลกพิกลยิ่ง มันเป็นผู้ดูแลกิจการ ย่อมมีทักษะในการอ่านริมฝีปากเป็นธรรมดา หลายคนที่สามารถอ่านริมฝีปากก็เป็นเช่นเดียวกันกับหยานเล่อ ล้วนตะลึงงันกับการจู่โจมทางวาจาอันรุนแรงของหนานเหมินหยางสภาพแวดล้อมเงียบสงัดเกินไป เงียบจนแปลกประหลาด หยานเล่อตะกุกตะกักอยู่ครึ่งค่อนวัน ยังไม่สามารถกล่าววาจาออกมา ความเงียบอันพิสดารนี้ ประหนึ่งแรงกดดันพิลึกพิลั่นชนิดหนึ่ง ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจาในตอนนี้เผยเหยียนหรานในใจสับสนยุ่งเหยิง สูญเสียความสามารถในการคิดไปอย่างสมบูรณ์ ฉากแปลกประหลาดที่อยู่ตรงหน้า เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่บดขยี้หลังอูฐ ภูมิปัญญาทั้งหมดของมัน ประสบการณ์ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง สายตาของมันว่างเปล่าไฉนสำนักจึงมีศิษย์เจ้าปัญหาเช่นนี้…ว้อง ว้อง ว้องทีแรกแผ่วเบ้าหมือนเสียงผึ้งกระพือปีก เสียงอุทานระคนวิพากษ์วิจารณ์ค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็อึงอลเป็นสายฝนตกหนัก เหมือนน้ำท่วมกวาดมาพร้อมกัน ทุกคนรู้สึกในหูดังหึ่งหึ่ง ในไม่ช้าก็ไม่ได้ยินอะไรอีกหลังจากนั้นสักครู่ คลื่นเสียงค่อยซาลง กลายเป็นสงบราบเรียบดังเดิมตกใจ ประหลาดใจ อัศจรรย์ใจ … ทุกอารมณ์ผสมผสานเข้าด้วยกัน ปรากฏบนใบหน้าของผู้เข้าชม ไม่มีผู้ใดสามารถสงบใจลงได้“หนานเหมินหยางผู้นี้ ฝีปากคมกล้าเสียยิ่งกว่ากระบี่บิน!” หยานเล่ออดชื่นชมไม่ได้ไม่ผิด มันชื่นชมจากใจจริง! ตัวมันมากด้วยประสบการณ์ในสังคม ทราบดีว่าหลายต