ช้จิงสือซื้อหามาจั่วม่อรู้สึกเหมือนเลือดทุกหยดในร่างกายถูกเผาไหม้ พิโรจโกรธกริ้วถึงที่สุด!“อ๊า! ค่ายกลยังคงขยายตัวขึ้น!”“มันใหญ่โตขึ้นจริงๆ!”“เจ้าไม่ได้ยินหนานเหมินหยางกล่าวหรือไร? ต้องใหญ่! ต้องใหญ่! ต้องใหญ่ขึ้นอีก!”“หากข้าเป็นจั่วม่อ ข้าจะหนีออกมาก่อนเลย เพราะทุกคนติดอยู่ในนั้น! ฮา!”“หนี? มันยังจะหนีไปที่ใด? ทันทีที่มันออกมาจากค่ายกล ก็เท่ากับแส่หาที่ตาย! ทุกคนที่เหลืออยู่ข้างนอกล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งกว่ามัน ไม่มีค่ายกลคอยปกปั้อง มันยิ่งจะตายไวกว่าเดิม”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ไปทั่วทุกมุมเมือง ทุกคนยังงุนงงว่าไฉนค่ายกลของจั่วม่อเริ่มใหญ่โตขึ้น แต่ในการคาดเดาทุกฉบับ ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้ว่าจั่วม่อวางแผนการใดอยู่ หรือว่าจั่วม่อยังคงหลงละเมอเพ้อฝันคิดจัดการกับทุกคนในค่ายกล?ไม่มีผู้ใดจะคิดเช่นนั้น ภายในค่ายกลมียอดฝีมือมากเกินไป!ยกเว้นเหวยเสิ้งกับกู่หรงผิงแล้ว ชนชั้นยอดฝีมือทั้งหมดในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่ครั้งนี้ ล้วนอยู่ภายในนั้น!เพียงแค่ยอดฝีมือเหล่านี้สักคน จั่วม่อก็ต้องพ่ายแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย นับประสาอะไรกับเหล่ายอดฝีมือมารวมตัวกันทั้งหมด ทุกคนเพียงแค่ใช้คนละกระบวนท่าพร้อมกัน ค่ายกลขบวนใหญ่นี้จะต้องแตกสลายอย่างแน่นอนแตกสลาย?จั่วม่อทราบกระจ่างว่าผู้คนในค่ายกลคิดอย่างไร ในใจมันยิ้มหยันอย่างเย็นชา สองมือไม่เคยช้าลง ค่ายกลวงแหวนฟั้าสำเนียงจันทร์เป็นค่ายกลระดับสี่ หากไม่