ตอแย ทันใดนั้น หลัวหลีก็ปรากฏขึ้นไม่ไกล เผชิญหน้ากับยอดฝีมือทั้งสาม มันสงบเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง ไม่กล่าวคำใด ทรุดนั่งไขว้ขาท่าดอกบัว กระบี่บินของมันลอยนิ่งอยู่ตรงหน้า“ฮะ” ฉางเหิงหันไปมองหลัวหลีอย่างแปลกใจอยู่บ้างซู่กับกุ่ยฟงก็หันหน้ามามองหลัวหลีในเวลาเดียวกันในการรับรู้ของพวกมัน หลัวหลีที่นั่งอยู่บนพื้นค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย แต่พวกมันก็เห็นว่ามันนั่งอยู่ตรงนั้นชัดๆ ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อยยอดฝีมือทั้งสามประหลาดใจอยู่บ้าง ศิษย์ของสำนักกระบี่สุญตาแต่ละคน ดูเหมือนจะมีฝีมือบางอย่างจริงๆ“ข้าไม่สู้แล้ว!” หนานเหมินหยางตะโกน พลางก้าวถอยหลัง ถอยห่างจากหวีปั๋ายไม่ว่าผู้ใด เมื่อตระหนักว่ามีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอยู่ใกล้ๆ มิหนำซ้ำยังมีหลายคน ย่อมไม่ต้องการใช้พลังของตนจนหมดสิ้นไปเสียก่อนหวีปั๋ายก็ไม่กล่าวคำใด แต่รั้งกระบี่ ก้าวถอยหลังไปในเวลาเดียวกันมันก็ไม่ต้องการต่อสู้สืบต่อ มียอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้อยู่ด้านข้าง แค่หนึ่งในพวกมันคิดลอบโจมตี มันก็ไม่มีปัญญารับมือแล้วอย่างไรก็ตาม คนกลุ่มนี้ไม่ได้แยแสสนใจมันกับหนานเหมินหยางแม้แต่น้อย ความสนใจของพวกมันมุ่งไปยังขบวนค่ายกลหวีปั๋ายกับหนานเหมินหยางสบตากันวูบ หันไปมองค่ายกลพร้อมกัน พลางแยกย้ายยึดตำแหน่งคนละที่ ตัดสินใจรอชมดูความสนุกสนานไม่นานหลังจากนั้น ก็ปรากฏผู้เข้าร่วมชมดูอีกคน เป็นชายหน้าเหลืองที่เคยประมือกับฉางเหิงก่อนหน้านี้ ต่อจากนั้น บางครั้