ยกลในภาพมายาอย่างหมดท่ามันราวกับว่ามีโฉมสะคราญล่มเมืองผู้หนึ่งซ่อนตัวอยู่หลังขบวนค่ายกล และนางก็ไม่มีอาภรณ์ติดกายสักชิ้น!กระทั่งเผยเหยียนหรานกับพวกยังปากอ้าตาค้าง ด้านหลังพวกมัน เหล่าศิษย์สำนักกระบี่สุญตายืนเหม่อมองอย่างโง่งม“นี่…นี่พวกมันกำลังทำอะไร?” หยานเล่อตะกุกตะกักถามเผยเหยียนหรานริมฝีปากสั่น อึกอักอยู่ครึ่งค่อนวันยังไม่ทราบจะกล่าวกระไรออกมามันเบิ่งตามองฉากนั้นอย่างพูดไม่ออก ซินหยานผู้ซึ่งปกติกระด้างเย็นชา เวลานี้ยังอ้าปากหวอ ดวงตาเบิกกว้าง ปูดโปนจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า สือฟั่งหรงยกมือปิดปากตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่ได้สังเกตว่าสีหน้าท่าทางของนางแปลกประหลาดเพียงใด“พวกมัน…พวกมันต้องการชมดูความสนุกสนานหรือไม่?” หยานเล่อตะกุกตะกักอย่างลังเล “เพียงมาชมดู … พวกมัน…พวกมันไม่ได้มาต่อสู้…”เผยเหยียนหรานรู้สึกลำคอหวานวูบ สายตามืดทะมึน แทบสิ้นสติไปในบัดดล เมื่อมันเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้ากลายเป็นสีแดงฉาน!สวรรค์! เหล่าปรมาจารย์บรรพชน! โปรดอภัยให้ศิษย์ไม่เอาไหนผู้นี้ด้วย!หากก่อนหน้านี้ มันเพียงสำนึกเสียใจในการกระทำของมัน ที่บีบบังคับให้จั่วม่อเข้าร่วมการประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่รอบสุดท้าย เวลานี้ มันอยากเอาหัวโขกกำแพงตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด!คำพูดของหยานเล่อสะท้อนก้องอยู่ในใจมันแค่มาชมดู … พวกมัน…พวกมันไม่ได้มาต่อสู้…!