มช้า สุ้มเสียงของมันไม่ดังแต่แฝงไว้ด้วยเค้าความเคร่งเครียดเป็นพิเศษ ทุกผู้คนอดเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจไม่ได้ ผู้คนที่เฉลียวฉลาดตระหนักในทันทีว่าเรื่องนี้ไม่เรียบง่ายดังที่เห็น“บางทีบางท่านอาจล่วงรู้ บางท่านอาจยังไม่ทราบ” เทียนซงจื่อหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวสืบต่อ “มหานครนภาโลหิตกำลังง่อนแง่นคับขันแล้ว!”เมื่อวาจานี้กล่าวออกมา แวบแรกเงียบสนิท แล้วตามติดมาด้วยความโกลาหล“เป็นไปไม่ได้!”“จะเป็นไปได้อย่างไร?”“มหานครนภาโลหิตไม่ใช่ว่ามียอดฝีมือจำนวนมากนั่งประจำการอยู่หรอกหรือ?”สุ้มเสียงตื่นตระหนกดังอึงอล สับสนวุ่นวายไร้ที่เปรียบ ถ้อยคำเบาๆ ของเทียนซงจื่อไม่ต่างอันใดกับฟั้าผ่ากลางแจ้ง กระทบกระเทือนเหล่าเจ้าสำนักทั้งหมดในทันที กระทั่งประมุขพรรคอัจฉริยะปราณยังอึ้งงัน ดวงตาค่อยๆ เผยร่องรอยแห่งความหวาดกลัวมหานครนภาโลหิตเป็นแนวกันชนระหว่างซิวเจ่อกับเยาม๋อ สำหรับซิวเจ่อนับไม่ถ้วน มันเป็นสรวงสวรรค์แห่งการล่าอสูร ตราบเท่าที่ท่านแข็งแกร่งพอ ท่านสามารถแสวงหาทุกสิ่งที่ท่านต้องการ จิงสือ ยุทธภัณฑ์เวท วัตถุดิบหายาก…ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าโด่งดังขึ้นจากที่นั่น มันเป็นสวนหลังบ้านของซิวเจ่อ เป็นคลังสินค้าของซิวเจ่อดังนั้นเมื่อเทียนซงจื่อกล่าวว่ามหานครนภาโลหิตเริ่มเผยสัญญาณของความง่อนแง่นอันตราย คนยังไม่ทันตอบสนอง นึกไม่ออกว่าระหว่างชุมนุมวิจารณ์กระบี่กับมหานครนภาโลหิต ที่แท้มีความสัมพันธ์ใด ยังไม่ได้มีปฏิกิริยาต