ไฉนเราไม่ให้หนานเหมินหยางฝึกวัชรสูตรน้อยด้วย?”เผยเหยียนหรานฝืนยิ้ม “วัชสูตรน้อยเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับสามธรรมดาสามัญหลายสำนักก็มีเคล็ดวิชานี้ เราแทบจะไม่สามารถให้เงื่อนไขที่ดีใดๆ แก่มัน ลืมเรื่องนี้เสียเถอะ เราไม่สมควรดึงมันมา จนเป็นเหตุให้พรสวรรค์ของมันสูญเปล่า นั่นจะเป็นบาปกรรมของเรา”อีกสามคนนิ่งงันไป ไม่มีเคล็ดวิชากระบี่ฉบับใดของสำนักกระบี่สุญตาที่เหมาะสมกับหนานเหมินหยาง ดังนั้นพวกมันได้แต่ต้องละทิ้งความคิดนี้“ฮะ” หยานเล่อจู่ๆ ก็อุทานพลางชี้ไปยังภาพมายา “เด็กผู้นั้นไม่ใช่จงหมิงเอี้ยนหรอกหรือ เข้าไปใกล้เจ้าสารเลวน้อยจั่วม่อมากแล้ว”แม้ว่าหลายคนมีความเห็นหลากหลายกับจั่วม่อ แต่มันจะอย่างไรยังคงเป็นศิษย์ของสำนัก ได้ยินเช่นนี้ ก็พากันมองไปตามปลายนิ้วของหยานเล่อแต่ไม่ชมดูยังพอทำเนา เมื่อสายตามองไปเห็นตำแหน่งของจั่วม่อ ไฟโทสะก็พลันพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกขบวนค่ายกลขนาดห้าหมู่ ทีแรกก็ส่องประกายสะดุดตามากพออยู่แล้ว แต่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่พวกมันละสายตาไป แถบขบวนค่ายกลก็ขยับขยายขึ้นอีกเท่าตัว เวลานี้ถึงกับครอบครองพื้นที่สิบหมู่แล้ว!เจ้าผู้นี้ที่แท้คิดทำอะไรกันแน่? นั่นเป็นความคิดแรกที่โผล่เข้ามาในใจพวกมัน ส่วนความคิดที่สองคือ เสร็จกัน! คราวนี้พวกมันต้องเสียหน้าครั้งใหญ่แน่แล้ว!ก่อนหน้านี้ ขบวนค่ายกลขนาดห้าหมู่เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ท่ามกลางเทือกเขาเขียวชอุ่มอันกว้างใหญ่ แต่บัดนี้กลับกลายเป็