รั้งแมงมุมโลหิตกลับมา ถามอย่างรวบรัดว่า “ต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน?”ชายหน้าเหลืองมีสีหน้าชื่นชม “มาหาข้าหลังจากจบสิ้นการประลอง”กล่าวจบคำ ก็หายวับไปจากจุดที่ยืนฉางเหิงใจใจสั่นสะท้าน ไม่ว่าชายหน้าเหลืองจะหลอกลวงมันหรือไม่ แต่เพียงดูจากท่าร่างเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าคนหน้าเหลืองผู้นี้มีแต่จะเก่งกาจกว่ามัน โดยไม่มีทางด้อยกว่าเมื่อเทียบกับการต่อสู้อันตระการตาของคู่อื่นๆ แล้ว ฉางเหิงกับคนหน้าเหลืองนับตั้งแต่ปะทะกันครั้งแรก จนกระทั่งแยกจากกันไป เป็นเวลากระชั้นสั้นเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น ไม่ได้กระตุ้นความสนใจของผู้ใดเหมิงชิงราวกับชะมดตัวหนึ่ง ย่องกริบผ่านแนวปั่าระหว่างภูเขาอย่างระมัดระวัง มันมีฝีมือที่สุดทางด้านทักษะปกปิดร่องรอยและลอบสังหาร เคยหลบหนีเอาชีวิตรอดจากการไล่ล่าของยอดฝีมือด่านจินตันมาแล้ว แต่คราวนี้มันระวังตัวมากยิ่งขึ้น ยอดเขาสิบห้ายอดแม้ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ แต่หากเกิดสงครามระหว่างซิวเจ่อด่านหนิงม่ายหนึ่งร้อยคน สนามรบนี้ก็ไม่ได้นับว่าใหญ่โตกระไร ตรงกันข้าม กลับเป็นสนามรบที่เล็กเกินไปเสียด้วยซ้ำในเมื่อสนามประลองมีขนาดเล็ก การต่อสู้จะยิ่งสับสนวุ่นวายและรุนแรงมาก สิ่งที่ทำให้มันต้องระมัดระวังมากขึ้น คือยกเว้นตัวมันเอง คนที่เหลืออีกเก้าสิบเก้าคน ทั้งหมดล้วนเป็นศัตรูของมันแตกต่างจากผู้เข้าประลองคนอื่นๆ เหมิงชิงมีเปั้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มันนึกถึงเรื่องนี้