หวีปั๋ายไม่ได้พบกับจงหมิงเอี้ยน นั่นทำให้มันผิดหวังอยู่บ้าง ทันใดนั้นมันพลันสังเกตเห็น ไม่ไกลออกไปนัก ผู้พิทักษ์เกราะทองยืนตระหง่าน มันจำได้ว่านั่นคือยันต์ทหาร เรื่องราวที่จั่วม่อไปท้าทายพรรคอัจฉริยะปราณ แม้ว่าซิวเจ่อต่างถิ่นจะไม่ทราบแต่ในตงฝูกลับแพร่สะพัดไปทั่ว ข้อเท็จจริงที่ว่าจั่วม่อริบยันต์ทหารเป็นสินสงครามชิ้นหนึ่ง ย่อมเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ หวีปั๋ายก็เคยได้ยินได้ฟังมามันนึกไม่ถึงว่าจั่วม่อจะอยู่ใกล้เคียงกับมันถึงเพียงนี้หวีปั๋ายสั่นศีรษะ มันไม่ค่อยสนใจจั่วม่อมากนัก แม้ว่าอีกฝั่ายสำแดงพรสวรรค์อันเด่นล้ำออกมา แต่การรังแกซิวเจ่อด่านจู้จีที่อ่อนแอกว่า หวีปั๋ายผู้ทระนงดูหมิ่นการกระทำเช่นนี้นัก ซือฟูั่ของมันยังมีสัมพันธ์อันดีกับสำนักกระบี่สุญตา มันไม่ยินดีทำลายความสัมพันธ์ฉันท์มิตรนี้หวีปั๋ายยังพิจารณาว่าหากมีโอกาส อาจจะต้องยื่นมือเข้าช่วยจั่วเสียด้วยซ้ำแต่อย่างรวดเร็ว หวีปั๋ายไม่มีเวลาจะให้ความสนใจกับเรื่องนี้อีก เนื่องเพราะมันพบเห็นคู่มืออันยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง เป็นบุรุษที่ถือกระบี่ยักษ์ขนาดเท่าบานประตูผู้หนึ่ง เดินย่ำเท้าสะเทือนเลื่อนลั่นใกล้เข้ามาทีละก้าวๆ อีกฝั่ายก็สังเกตเห็นมันแล้วเช่นกัน หวีปั๋ายสามารถรู้สึกได้ แต่ละก้าวๆ ที่ใกล้เข้ามา พลังสภาวะของคนผู้นั้นก็ไต่ระดับขึ้นไปอย่างรวดเร็ว กลับอาศัยการย่างก้าว ผนึกพลังสภาวะสะกดข่มมันเอาไว้หนานเหมินหยาง ซิวเจ่อรากหญ้าที่เปล่งประกายที