ร้น ยืนหยัดอย่างทระนงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลายคนอดสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บไม่ได้ สองบุรุษนี้ย่อมเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่มีผู้ใดอยากเผชิญผ่านตาข่ายคลุมหน้าสีดำ ซู่มองไปยังกู่หรงผิงบนยอดเขา คลายใจเล็กน้อย สิ่งที่นางห่วงกังวลมากที่สุดก็คือเกรงว่าศิษย์พี่จะพบพานจั่วม่อ แน่นอนว่าศิษย์พี่จะไม่ปล่อยให้จั่วม่อได้มีโอกาสร้องขอความเมตตา เนื่องเพราะนางมิได้ขอร้องมัน…แต่เจ้าผู้นั้น ไฉนยังไม่ปล่อยนกกระเรียนกระดาษมาอีก?ทันใดนั้นนางก็ละสายตาจากกู่หรงผิง หมุนร่างกลับ หายลับไปอีกทางบนยอดเขาสูงสุด สายลมรุนแรงดุจคมมีด“คาดไม่ถึงว่าจะได้พบพี่เหวยรวดเร็วถึงเพียงนี้ น่าแปลกใจจริงๆ” กู่หรงผิงกล่างปนหัวร่อเหวยเสิ้งสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง มันไม่คิดกล่าววาจา เจตนาต่อสู้ลุกโชนในดวงตา มิทราบตั้งแต่เมื่อใด กระบี่ผ่าสายรุ้งปรากฏขึ้นในมือ กระแสอากาศรอบกายมันคล้ายถูกมือล่องหนผลักดัน ค่อยๆ หมุนวนรอบตัวมัน สภาวะกดดันอันไร้ร่องรอยแผ่กระเพื่อมออกมาเป็นระลอก โดยมีร่างมันเป็นจุดศูนย์กลางรอยยิ้มบนใบหน้ากู่หรงผิงอันตรธานไปในทันทีสายตามันมองเห็นเหวยเสิ้งยืนอยู่ตรงหน้ามันชัดๆ แต่ในญาณสัมผัสของมัน จุดที่เหวยเสิ้งยืนอยู่ กลับไม่มีผู้คน!นั่นเป็นอากาศธาตุอันว่างเปล่า มีเพียงเจตจำนงกระบี่!เหล่าซิวเจ่อในตงฝูกระซิบกระซาบกันไม่หยุด ล้วนงุนงงสงสัย ทุกอย่างที่ตรงหน้าของพวกมันเกินความเข้าใจของพวกมัน แต่ในหมู่ผู้อาวุโสและเจ้าสำนักใหญ่จากต่า