“มันกำลังจะรุดหน้าอีกแล้ว?” หยานเล่อตะลึงมองจั่วม่อที่นั่งอยู่ในถัง จากนั้นเอียงคอพึมพำกับตัวเองอย่างมึนงง “หืมม์ ไฉนข้ากล่าวว่า ‘อีกแล้ว’?”ไม่มีผู้ใดสนใจมัน ทุกผู้คนจ้องมองจั่วม่อด้วยสีหน้าหนักอึ้งแสงสีทองบนใบหน้าจั่วม่อสว่างไสวขึ้นทุกขณะ ชั้นแสงสีทองกระเพื่อมเป็นระลอกคล้ายชั้นคลื่น ผมเผ้าของมันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง เริ่มจากรากผมขึ้นมา ร่างกายสั่นระริก ราวกับว่าประสบกับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง สือฟั่งหรงความขุ่นข้องหมองใจบนใบหน้าหายวับไป สิ่งที่เข้ามาแทนเป็นความห่วงใยกังวล“ในวัชรสูตรน้อย ขั้นต่อไปหลังจากอาภรณ์ร่างทองคืออะไร?” เผยเหยียนหรานถามอย่างกะทันหันซินหยานตอบอย่างรวบรัด ดุจวาจาของมันมีค่าดั่งทองคำ “วงจรสัตตบงกชทองคำ”“วิชาเสริมสร้างสังขาร…” เผยเหยียนหรานคล้ายฉุกคิดเรื่องราวบางอย่าง “ขั้นใดที่สามารถก่อกำเนิดรูปแบบอภิญญาตามธรรมชาติ?”“ห้า” ซินหยานตอบ“ที่แท้เป็นขั้นที่ห้า” เผยเหยียนหรานผงกศีรษะ บ่งบอกความเข้าใจอย่างชัดเจน“ด้วยระดับความเร็วในการรุดหน้ามัน ข้าว่าการบรรลุขั้นที่ห้าก็คงอีกไม่ไกล”หยานเล่อกล่าวแทรก “ข้าอยากรู้จริงๆ หากเจ้าเด็กเหลือขอนี้บรรลุขั้นที่ห้า มันจะก่อกำเนิดอภิญญาชนิดใดขึ้นมา”คนอื่นๆ ไม่ได้กล่าววาจา สำหรับวิชาเสริมสร้างสังขาร ในหมู่พวกมันไม่มีผู้ใดคุ้นเคยแดนคุนหลุนเป็นอาณาจักรแห่งเซียนกระบี่ เซียนกระบี่เพียงฝึกปรือกระบี่ ไม่ถามไถ่เรื่องราวอื่นใด ส่วนผู้คนที่แตกฉา