กมาดังสนั่น“หัวร่ออันใด?” ผูเยาซึ่งเพิ่งจะตื่นขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาตอบสนองยังเชื่องช้าเฉื่อยชาอยู่บ้าง“ไม่…ไม่มีอะไร…” จั่วม่อพยายามกลั้นหัวร่อสุดชีวิต จากนั้นแสร้งกล่าวอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “ไฉนไม่บอกให้เร็วกว่านี้? ข้าเพิ่งจะซื้อสิ่งของไป ใช้จิงสือไปจนหมดเสียแล้ว”“ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว?” ผูเยาถามอย่างโง่งม“ไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว” จั่วม่อตอบอย่างมั่นคงสามารถเล่นงานผูเยาได้หนหนึ่ง จั่วม่อทั้งสุขสราญและภาคภูมิใจ นั่งอยู่บนหลังนกโง่ มันครวญเพลงเสียงแปลกแปร่งไปตลอดทาง นกโง่บินไปพลาง เหลือกตาไปพลางจากนั้นสักครู่ นางไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป เริ่มเปล่งเสียงร้องประท้วงออกมา พยายามกดดันเสียงเพลงอันไพเราะเพราะพริ้งของจั่วม่อกำลังเบิกบานใจ จั่วม่อเดือดดาลขึ้นมาทันที เอื้อมมือเขกหัวนกโง่อย่างถนัดถนี่“ร่ำร้องหาอันใด? เจ้าไม่เห็นหรือว่าเกอกำลังร้องเพลง?”นกโง่ถึงกับหัวหมุนติ้ว มึนงงเป็นเวลานานกว่าจะฟืนคืนสภาพ นางคอตก บินต่อไปอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้จั่วม่อหอนโหยหวนลงลูกคอไม่หยุดไปตลอดทาง สุดท้ายเมื่อบินกลับมาถึงลานน้อยลมตะวันตก เพิ่งจะลงจอด นกโง่ก็ถลาไปที่บ่อน้ำอย่างรวดเร็ว โก่งคออาเจียนอย่างสุดจะกล้ำกลืนฝืนทนจั่วม่อเขม้นมองนกโง่ แค่นเสียงในลำคอ “ไม่สามารถชื่นชมกับความงามของเกอเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ้า…”กลับเข้าไปในบ้านหลังน้อย จั่วม่อครุ่นคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันค่อยๆ จม