ที่มันต้องทำก็ง่ายดายมาก นั่นคือปั้อนวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยปราณห้าธาตุให้แก่เจดีย์เอียงคอขบคิดสักครู่ จั่วม่อทันใดนั้นบุปผาดรรชนีระเบิดออกมา เส้นสายเปลวไฟสีขาวน้ำนมพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของมัน หายเข้าไปในเจดีย์ห้าสีชั้นกลางๆ สีแดงสดของเจดีย์ห้าสีพลันสว่างวาบ ทันทีที่ไฟหินงอกผ่านเข้าไปภายในเจดีย์ ก็ถูกแยกออกเป็นปราณไฟเส้นเล็กละเอียด บินวนอยู่ในชั้นที่สองของเจดีย์ห้าสีจากบนลงล่างเป็นทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ปลายยอดเป็นสีทอง ส่วนฐานคือดิน จั่วม่อสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแก่นสารปราณไฟภายในเจดีย์เติบโตขึ้นอีกส่วนหนึ่ง แสงสีแดงรอบ ๆ เจดีย์แผ่กระจายออกไป ชั้นสองของเจดีย์ที่เป็นสีแดง มีสีแดงเข้มขึ้นกว่ากาลก่อนจั่วม่อแม้คาดเดาไว้บ้างแล้ว ยังอดประหลาดใจไม่ได้ ไฟหินงอกสามารถเพิ่มแก่นสารปราณไฟภายในเจดีย์ นี่ไม่น่าแปลกใจ แต่ไฟหินงอกเป็นไฟเย็น เรื่องนี้คล้ายไม่ส่งผลอันใดต่อเจดีย์จั่วม่อครุ่นคิดเป็นเวลานานยังคิดไม่ออก มันตัดสินใจไม่คิดเรื่องนี้ และโยนวัตถุดิบลงในเจดีย์อย่างต่อเนื่อง ทันทีที่วัตถุดิบเข้าสู่ด้านในตัวเจดีย์ พวกมันก็ถูกย่อยสลายกลายเป็นแก่นสารปราณธาตุทั้งห้า แต่สีสันของเจดีย์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือว่าวัตถุดิบเหล่านี้ระดับต่ำเกินไป?จั่วม่อจับจุดสำคัญของเรื่องนี้ได้อย่างเฉียบไว สิ่งของที่มันโยนเข้าไปเป็นเพียงวัตถุดิบระดับหนึ่ง ดังนั้นเจดีย์ห้าสีจึงไม่ตอบสนอง ลังเลอยู่อึดใจหนึ่ง ค่อยกัดฟั