้ามืดทะมึน ดวงตาเรืองรองดุจลำแสง จั่วม่อรู้สึกเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง แขนขาแข็งทื่อบัดซบ! จะโกหกอย่างไรจึงจะสมจริงที่สุด?ความเงียบของจั่วม่อ ทำให้ใบหน้าของคนทั้งสี่ยิ่งดูน่าเกลียดบรรยากาศอันเขม็งเกลียวบันดาลให้หลี่อิงฟั่งกับพวกหน้าซีดเผือด ลักลอบขโมยร่ำเรียนเวทวิชาเป็นความผิดอันร้ายแรง ไม่ว่าสำนักใดล้วนลงโทษประหารชีวิต! ไม่มีผู้ใดจะเมตตาต่อคนที่กระทำความผิดเช่นนี้ในขณะนั้นจั่วม่อรู้สึกสิ้นหวังและอับจนหนทาง แต่แล้วกลับฉุกคิดขึ้นมาในฉับพลันมันตะกุกตะกักว่า “เป็น…เป็นในคืนที่ศิษย์พี่ใหญ่เข้าสู่ด่านจู้จี…ข้า…ข้าเห็นกระบี่มังกรน้ำแข็งของอาจารย์ลุง…”ใบหน้าที่มืดมนของคนทั้งสี่นั้นดูแปลกพิกล คล้ายแฝงแววตกตะลึง พวกมันเวลานี้นึกขึ้นได้ ในราตรีนั้น ซินหยานเพื่อขับไล่เหล่าอาคันตุกะไม่ได้รับเชิญ ได้เปิดเผยเพลงกระบี่มังกรน้ำแข็งอันเลื่องชื่อของมันออกมา!“เจ้าเข้าใจมัน หลังจากมองครั้งเดียวในคืนนั้นอย่างนั้นหรือ?” ซินหยานผู้มักเยือกเย็นอยู่เสมอ ในที่สุดอดถามไม่ได้“ใช่…ใช่…” จั่วม่อรู้สึกเพิ่งเก็บกู้ชีวิตน้อยๆ ของมันกลับคืนมา กล่าวไปด้วย สั่นไปด้วยสือฟั่งหรงใบหน้าปิติยินดีและรู้สึกผิดอยู่บ้าง ส่วนอีกสามคนมีเพียงความตะลึงพรึงเพริด เป็นความตื่นตะลึงอย่างลึกล้ำ! แม้แต่ท่านเจ้าสำนักที่มักสงบเยือกเย็น ยังตกตะลึงจนไม่ทราบจะกล่าวอันใดมองเพียงครั้งเดียว มันก็บรรลุเจตจำนงกระบี่ พรสวรรค์เชิงกระบี่นี่มัน…